การประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของพลับพลึงธาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พลับพลึงธาร (Crinum thaianum J. Schulze) เป็นพืชน้ำถิ่นเดียวใกล้สูญพันธุ์ที่เอื้อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อระบบนิเวศและสังคม แต่เนื่องจากสังคมไม่สามารถวัดคุณค่าประโยชน์ที่เกิดจากการอนุรักษ์พืชชนิดนี้ออกมาเป็นตัวเงินได้อย่างเหมาะสม คุณค่าของพลับพลึงธารจึงถูกละเลย การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินมูลค่าบริการระบบนิเวศ (Ecosystem services) ที่ได้จากการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของพลับพลึงธาร โดยวัดมูลค่าในรูปแบบของความเต็มใจที่จะจ่ายเงิน (Willingness to Pay: WTP) เพื่อฟื้นฟูบริการระบบนิเวศถิ่นอยู่อาศัยของพลับพลึงธาร การศึกษานี้ใช้เทคนิคการทดลองพฤติกรรมการเลือก (Choice Experiments: CE) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลชุมชนในถิ่นที่อยู่อาศัยของพลับพลึงธาร จำนวน 267 ตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่า ความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ เป็นบริการระบบนิเวศที่สำคัญที่สุดที่ชุมชนคาดหวังว่าจะได้รับจากการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของพลับพลึงธาร รองลงมาคือความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น ตามลำดับ ในขณะที่ชุมชนมีความพึงพอใจต่อสถานะปัจจุบันของบริการด้านการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเป็นเพียงการชมทัศนียภาพ โดยเฉลี่ยชุมชนในพื้นที่มีความเต็มใจที่จะจ่ายเงิน 2,950 บาท ต่อคนต่อปี เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพน้ำ จากสภาพปัจจุบันไปสู่ระดับที่ดีมาก โดยผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินเพื่อฟื้นฟูบริการระบบนิเวศ ผลการศึกษาดังกล่าวสามารถนำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของพลับพลึงธารที่ยั่งยืนต่อไป