การพัฒนาเครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่ และทดสอบความสามารถการทำงานเครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่ สำหรับใช้ในการย่อย กิ่ง เงาะ, ทุเรียน, และมังคุด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป การพัฒนาเครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 5.5 แรงม้าเป็นต้นกำลังโดยมีความเร็วรอบสูงสุดอยู่ที่ 1,800 รอบต่อนาที ภายในเครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่นี้จะประกอบไปด้วย ชุดใบมีด 1 ชุด โดยมีส่วนประกอบ คือ มีใบมีดย่อยจำนวน 30 ใบ โดยแบ่งเป็น 3 ชุด ชุดละ 10 ใบ มีขนาดความยาวของใบมีด 95 มิลลิเมตร ความกว้างของใบมีด 26 มิลลิเมตร ความหนาของใบมีด 8 มิลลิเมตร ชุดย่อยนี้หมุนด้วยเร็วสูงสุด 1,800 รอบต่อนาที โดยชุดใบมีดจะหมุนเข้าร่องฟันรับใบมีดเพื่อย่อยให้ละเอียด หลังการสร้างเครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่ และทดสอบความสามารถการทำงานเครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่ ในส่วนชุดส่งกำลังการเคลื่อนที่ของชุดใบมีดย่อย มีการทำงานปกติ สามารถจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จากการวิจัยพบว่า เครื่องย่อยเศษวัสดุเหลือใช้แบบเคลื่อนที่ ทำการย่อยกิ่ง ทุเรียน เงาะ และมังคุด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกิ่งเฉลี่ยไม่เกิน 1 , 2 และ 3 เซนติเมตร โดยใช้ความเร็วรอบ 1,800 รอบต่อนาที ขนาดตะแกรง 3.0 เซนติเมตร และขนาดตะแกรง 2.54 เซนติเมตร ตามลำดับจะทำการย่อย กิ่งทุเรียน เฉลี่ยได้ 180 กิโลกรัมต่อชั่วโมง , กิ่งเงาะ เฉลี่ยได้ 140 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และกิ่งมังคุด เฉลี่ยได้ 244 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และที่ขนาดตะแกรง 2.54 เซนติเมตร จะทำการย่อย กิ่งทุเรียน เฉลี่ยได้ 170 กิโลกรัมต่อชั่วโมง , กิ่งเงาะ เฉลี่ยได้ 128 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และกิ่งมังคุด เฉลี่ยได้ 228 กิโลกรัมต่อชั่วโมง