การค้นหารงควัตถุที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากจุลินทรีย์ทะเล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากผลการดาเนินงานวิจัยทั้ง 6 โครงการย่อยในปีที่ 3 ซึ่งแต่ละโครงการวิจัยได้ดาเนินการวิจัยตามแผนงาน สรุปได้ดังนี้เก็บตัวอย่างฟองน้าทะเลบริเวณหมู่เกาะเกาะชุมพร จังหวัดชุมพร ระหว่างวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2558 จานวน 9 จุดสารวจ ฟองน้าท่อพุ่มสีแดง, Oceanapia sagittaria (Sollas, 1888) และฟองน้าเคลือบสีฟ้า, Gelliodes petrosioides Dendy, Order Haplosclerida พบมากที่สุด รองลงมาคือ Order Poecilosclerida โดยพบฟองน้า Jaspis cf. stellifera (Carter, 1879) เป็นครั้งแรกในน่านน้าไทย จากนั้นทาการคัดแยกเชื้อจากฟองน้้าทะเลให้บริสุทธิ์ได้จ้านวน 189 ไอโซเลต เมื่อท้าการตรวจหาฤทธ์ทางชีวภาพจากแบคทีเรียทะเลจ้านวน 119 ไอโซเลต พบว่ามีฤทธ์ในการต้านต้านแบคทีเรียทดสอบ 4 ชนิด คือ Bacillus subtilis, Staphylococcus aureus, Vibrio alginolyticus, และ Escherichia coli ที่น่าสนใจจ้านวน 19 ไอโซเลต จากฟองน้้า 12 ตัวอย่าง และสารสกัดจากเซลล์แบคทีเรีย 5 ตัวอย่าง และจากน้้าเลี้ยง 9 ตัวอย่าง แสดงฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระในเบื้องต้น ขณะที่แบคทีเรียไอโซเลต IMS-C 1-3, IMS-C 1-6, IMS-C 8-5 และ IMS-C 11-2 แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพทั้ง 2 ชนิดที่ทดสอบที่ดีคัดแยกเชื้อแอคติโนมัยซีทจากตัวอย่างจากดินตะกอนป่าชายเลนของจังหวัดชุมพรได้ 16 ไอโซเลต จากข้อมูลทางสัณฐานวิทยาและ การวิเคราะห์ผนังเซลล์ทางเคมีแอคติโนมัยซีทจากทั้งสองบริเวณอยู่ในแฟมิลี Micromono sporaceae ได้แก่ Micromonospora, Salinispora, Spirilliplanes และ Virgisporangium เป็นต้น ผลจากการทดสอบฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์เบื้องต้นด้วยเทคนิค cross streak กับเชื้อ MRSA, Bacillus subtilis, Candida albicans พบแอคติโนมัยซีท 2 ไอโซเลต จากจังหวัดชุมพร สามารถสร้างสารยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทดสอบ ได้แก่ สายพันธุ์ CP58-4-21 และ CP58-5-6 ในชั้นน้าเลี้ยง ส่วนผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระกับสารสกัดของเชื้อ แอคติโนมัยซีทที่แยกจากดินตะกอนป่าชายเลนของจังหวัดชุมพร พบว่าเชื้อแอคติโนมัยซีท CP58-5-2 แสดงฤทธิ์ฤทธิ์กาจัดอนุมูลอิสระ DPPH ที่รุนแรง CP58-6-5 (IC50 58.71+4.74 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร) ขณะที่ไอโซเลต CP58-6-5 และ CP58-4-21 ออกฤทธิ์กาจัดอนุมูลอิสระ DPPH ปานกลางโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 181.37+10.61, 117.95+7.19 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลาดับ ส่วนของเชื้อแอคติโนมัยซีทที่แยกจากดินตะกอนที่แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่น่าสนใจ ได้แก่ เชื้อ CP58-4-21 และ CP58-6-5 แสดงฤทธิ์ที่รุนแรงต่อการยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus และ Candidaiialbicans (inhibition zone 22.5, 29.5 มม. และ 24.5, 25.0 มม. ตามลาดับ) นอกจากนี้ CP58-4-21 แสดงฤทธิ์ที่รุนแรงต้านเชื้อ Vibrio alginolyticus โดยมีขอบเขตการยับยั้ง 22.5 มม. ทาการแยกสาร antibiotic pigment จากสารสกัด CP58-4-21 พบว่าได้สาร actinomycin D ของแข็งสีเหลืองนอกจากนี้ได้ทาการศึกษาชนิดกรดไขมันจากเชื้อแอคติโนมัยซีทจากดินป่าชายเลน พบพบปริมาณรวมกรดไขมันสูงสุดในตัวอย่าง CP58-7-4 ปริมาณร้อยละ 43.59 กรดไขมันเป็นชนิดอิ่มตัว (SFAs: 35.04 %TFA) ชนิดกรด ไขมันหลักที่พบ ได้แก่ Palmitic acid (C16:0) และ Stearic acid (C18:0) ส่วนกรดไขมัน ชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (PUFAs) พบในปริมาณที่ต่าโดยกรดไขมันชนิดจาเป็น Linoleic acid (C18:2n6) พบในตัวอย่าง CP58-7-4 ปริมาณ (1.09?0.07%TFA) และ ?-linolenic acid (C18:3n3) พบในตัวอย่าง CP58-4-26 ในปริมาณ 0.09?0.13%TFAจากการนาผลของการเลี้ยงยีสต์ Pichia sp. ไปประยุกต์ใช้ในการเตรียมอาหารปลาสูตรต่างๆเพื่อการศึกษาการเปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกันเบื้องต้นของปลากะพงขาว และปลาการ์ตูนส้มขาว (Amphiprion ocellaris) ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าปรสิต C. Irritans ระยะ theront เชื้อตาย และยีสต์ Pichia sp. สามารถกระตุ้นให้ปลาตอบสนองต่อแอนติเจนโดยสร้างแอนติบอดีเพิ่มขึ้นในปีที่ 3 นี้ ได้ดาเนินการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม R สาหรับงานวิจัยทางด้านชีววิทยา เป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยคณะผู้วิจัยจากโครงการพัฒนาการผลิตวัคซีนและสารเสริมอาหารโดยเทคนิคการตรึงเพื่อกระตุ้น ภูมิคุ้มกันของปลาทะเลต่อปรสิตสัตว์น้าหรือแบคทีเรีย ร่วมกับ แผนวิจัย จุลินทรีย์ทะเล: แหล่งใหม่ของสารตัวยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 โดยมีวัตถุประสงค์สาคัญ 2 ประการ คือ 1) เพื่อให้นักวิจัย นักวิชาการ มีความรู้ความเข้าใจในการใช้สถิติอย่างเหมาะสมสาหรับงานทางด้านชีววิทยาและการแพทย์ และ 2) เพื่อให้นักวิจัย นักวิชาการ สามารถใช้โปรแกรม R ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีโดยโครงการอบรมดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายเป็นคณะครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ จานวน 28-3 คน ปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการ จานวน 28 คน ถือว่าบรรลุผลได้ตามตัวชี้วัดด้านปริมาณที่กาหนดไว้ และจากการประเมินผลความพึงพอใจต่อการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ ปรากฏว่ามีผู้ตอบแบบประเมินจานวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมฯ ซึ่งผลการประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ถือว่า บรรลุผลได้ตามตัวชี้วัดด้านผลตอบรับ ที่กาหนดระดับความพึงพอใจไว้ที่ระดับมากที่สุด