การพัฒนาระบบสารสนเทศสนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านการปลูกพืชสมุนไพร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยพะเยา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศและแอพลิเคชั่นสนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ด้านการปลูกพืชสมุนไพร รวมทั้งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพรในเขตอำเภอเมืองพะเยาได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) โดยมีขอบเขตของการศึกษาวิจัยเป็นพื้นเพาะปลูกพืชสมุนไพรในเขตอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีการออกแบบระบบโดยใช้ภาษายูเอ็มแอล (Unified Modeling Language) พัฒนาระบบด้วยโปรแกรมวิชวลเบสิกดอทเน็ต (Visual Basic.NET) และพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลใช้โดยไมโครซอฟต์เอสคิวแอลเซิร์ฟเวอร์ (MS SQL Server) กลุ่มตัวอย่างของการวิจัย ได้แก่ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด จำนวน 18 คน เกษตรกร จำนวน 57 คน และคณะกรรมการประเมิน GAP จำนวน 12 คน เป็นผู้ให้ข้อมูลและเป็นผู้ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ผลการวิจัยพบว่า ได้ระบบสารสนเทศ GAP ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานสอดคล้องตามความต้องการของกลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่ม ได้แก่ (1) ฟังก์ชั่นการลงทะเบียนใช้งานระบบของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม (2) ฟังก์ชั่นการจัดการข้อมูลของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ GAP (3) ฟังก์ชั่นการจัดการข้อมูลเกณฑ์ GAP และการตรวจติดตามข้อกำหนดหลักและข้อกำหนดรองของ GAP (4) ฟังก์ชั่นการจัดการข้อมูลการดำเนินงานตามเกณฑ์ GAP ของเกษตรกร (5) ฟังก์ชั่นการจัดการรายงานของระบบ (6) ฟังก์ชั่นการประเมินตนเองของเกษตรกร (7) ฟังก์ชั่นการตรวจสอบและปรับปรุงผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ให้ทันสมัยตามข้อเสนอแนะของผู้เกี่ยวข้อง (8) ฟังก์ชั่นการพิจารณาผลการดำเนินงานของคณะกรรมการ และ (9) ฟังก์ชั่นการเรียกดูรายงานและพิมพ์รายงาน และจากประเมินประสิทธภาพการใช้งานระบบโดยกลุ่มตัวอย่างพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อระบบอยู่ในระดับดีเหมือนกันทุกด้าน โดยมีความพึงพอใจต่อฟังก์ชั่นการทำงานระบบมากที่สุดคือ 3.95 รองลงมาคือด้านประสิทธิภาพของระบบ 3.90 ด้านความเสถียรภาพของระบบ 3.89 ด้านการออกแบบระบบ 3.88 และด้านการใช้ประโยชน์ 3.86 ตามลำดับ