กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ชุดโครงการต่อยอดทางคลินิกของวัสดุทันตกรรมและชีววัสดุสัญชาติไทยที่ผ่าน อย. จากหิ้งสู่ห้าง เป็นชุดโครงการที่มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการต่อยอดวัสดุทันตกรรมสัญชาติไทยที่ผ่าน อย. สู่การนำไปใช้จริงเพื่อการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ลดการนำเข้าและพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอก รวมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานวัสดุทันตกรรมสัญชาติไทยและสารสกัดสมุนไพรว่านหางจระเข้สู่ระดับสากล สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ ในโครงการนี้ ประกอบด้วย 4 โครงการย่อย คือ 1) โครงการศึกษาต่อยอดทางคลินิกเปรียบเทียบการยึดติดระหว่างวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันสัญชาติไทยกับวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันนำเข้า 2) โครงการศึกษาต่อยอดทางคลินิกของชีววัสดุอะซีแมนแนนจากว่านหางจระเข้ใช้เป็นวัสดุปิดทับรอยทะลุโพรงฟันเพื่อคงความมีชีวิตและเหนี่ยวนำการสร้างรากที่สมบูรณ์ 3) โครงการพัฒนาวัสดุอาร์เอ็มจีไอที่มีชีววัสดุอะซีแมนแนนจากว่านหางจระเข้เพื่อรองพื้นฟันก่อนการอุดฟัน และ 4) โครงการพัฒนาข้อกำหนดมาตรฐาน และวิธีตรวจวิเคราะห์เพื่อใช้ควบคุมคุณภาพสารอะซีแมนแนนสกัดจากว่านหางจระเข้ ทั้งสี่โครงการมีความก้าวหน้า และสามารถดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ โดยโครงการย่อยที่ 1 และ 2 สามารถประชาสัมพันธ์จนได้จำนวนอาสาสมัครครบตามที่ต้องการ สามารถดำเนินการทดสอบและได้ผลในเชิงบวกที่ระยะเวลาประเมิน 6 เดือน ส่วนโครงการย่อยที่ 3 แสดงผลการเพิ่มสารอะซีแมนแนน วัสดุอาร์เอ็มจีไอมีคุณสมบัติความลึกในการบ่ม ความต้านทานแรงดัดโค้ง และการปล่อยฟลูออไรด์ไอออน ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ISO ที่กำหนด และโครงการย่อยที่ 4 ได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกระจายของมวลโมเลกุลอะซีแมนแนนในสารสกัด เพื่อพัฒนาและควบคุมการสกัดอะซีแมนแนนให้มีคุณภาพและความบริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้นที่มีประโยชน์ต่อการกำหนดใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสารอะซีแมนแนน (Certificate of Analysis) สู่เชิงอุตสาหกรรม ?
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. Operational use of deliverable
โครงการย่อยที่ 1) เมื่อสิ้นสุดการศึกษาจะทำให้มีข้อมูลทางคลินิกรองรับวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันที่เตรียมอยู่ในรูปแบบที่มีเหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่พร้อมนำไปใช้ทางคลินิก สร้างความมั่นใจแก่ทันตแพทย์ในการรักษาทางทันตกรรมและผู้ประกอบการเอกชนในการขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือจำหน่าย โครงการย่อยที่ 2) เมื่อสิ้นสุดการศึกษาจะทำให้มีข้อมูลทางคลินิกรองรับชีววัสดุอะซีแมนแนนในรูปแบบที่เตรียมว่ามีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่พร้อมนำไปใช้ทางคลินิกเพื่อการรักษาที่เหมาะสม สร้างความมั่นใจแก่ทันตแพทย์เพื่อใช้ในการรักษาและผู้ประกอบการเอกชนในการขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือจัดจำหน่าย โครงการย่อยที่ 3) เมื่อการศึกษาให้ผลเป็นเชิงบวกจะทำให้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐาน รองรับสารอะซีแมนแนนสกัดจากว่านหางจระเข้ตามคุณสมบัติที่กำหนดใน Certificate of Analysis เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โครงการย่อยที่ 4) เมื่อการศึกษาให้ผลเป็นเชิงบวก จะได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบเพื่อเข้าสู่การใช้ทางคลินิก (หรืออาจทดสอบความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง กรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงาน อย. ให้ความเห็น)
โครงการย่อยที่ 1) วัสดุเคลือบหลุมร่องฟันที่แข็งตัวด้วยการฉายแสง ผ่านการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพและความเข้ากันต่อเนื้อเยื่อในสัตว์ทดลองเป็นที่เรียบร้อย ได้รับการส่งเสริมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อจัดตั้งหน่วยการผลิตวัสดุทันตกรรมและใบอนุญาตการผลิตจากสำนักงานอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อย รวมทั้งมีบริษัทดีเอนท์เอ็นรีเสริช์จำกัด แสดงความสนใจร่วมลงทุนและร่วมดำเนินการ การขอรับสิทธิถ่ายทอดเทคโนโลยี โครงการย่อยที่ 2) ชีววัสดุอะซีแมนแนนจากว่านหางจระเข้ ผ่านการพิสูจน์เอกลักษณ์ด้วยเทคนิค 1H-NMR, 13C-NMR, EDS, LC-MS, HPLC และการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ มีความเข้ากันต่อเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน และเร่งการสร้างเนื้อฟันปิดรอยทะลุโพรงฟันในสัตว์ทดลอง และให้ผลในเชิงบวกเมื่อศึกษาทางคลินิกในการปิดรอยทะลุโพรงประสาทฟันและเร่งการสร้างเนื้อฟันทดแทน โครงการย่อยที่ 3) สารอะซีแมนแนนสกัดจากว่านหางจระเข้ได้มีทดลองทำซ้ำและปรับปรุงในขั้นตอนการสกัดจากระดับห้องปฏิบัติการ (ห้ากิโลกรัม) จนถึงระดับกึ่งอุตสาหกรรม (ห้าสิบกิโลกรัม) จนเหมาะสม สารอะซีแมนแนนที่ได้พบมีอัตราการได้สารในเปอร์เซ็นต์ที่สม่ำเสมอ (percentage yield) ผลการพิสูจน์เอกลักษณ์ของสาร องค์ประกอบของสาร รวมทั้งฤทธิ์ทางชีวภาพในระดับเซลล์ สัตว์ทดลองและคลินิกมีความแน่นอน สามารถทำซ้ำได้ (repeatable and reproducible) โดยผลงานได้ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์การแพทย์ในระดับนานาชาติมากกว่า 10 เรื่อง และมีการอ้างอิงในบทความวิชาการระดับนานาชาติมากกว่า 250 บทความ แสดงถึงการยอมรับและสนใจในสารอะซีแมนแนนสกัดจากว่านหางจระเข้ โครงการย่อยที่ 4) วัสดุอาร์เอ็มจีไอผ่านเกณฑ์กำหนด ISO และมีความปลอดภัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง มีการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติและนานาชาติ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness