มูลค่าเพิ่มห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ดาวเด่น ข้าว คราม และไหม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการยกระดับมูลค่าเพิ่มห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ดาวเด่น ข้าว คราม ไหม โดยศึกษาจากการยกระดับวิถีการดำเนินชีวิตของสมาชิกในวิสาหกิจชุมชน โดยใช้โมเดล Dynamic Balance Economy ซึ่งประกอบด้วย ความพอกิน ความพอใช้ และความพอใจ และนำไปสู่การเลือกผลิตภัณฑ์ดาวเด่น (Star’s Product) 2) เพื่อทำการศึกษาผลกระทบทางสังคม (SROI) ที่มีต่อสมาชิกของวิสาหกิจชุมชน จากการดำเนินงานของโครงการย่อยทั้งหมด 35 แห่ง ประกอบด้วยวิสาหกิจชุมชนของผลิตภัณฑ์ข้าว 14 แห่ง คราม 13 แห่ง และไหม 8 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคราม กาฬสินธุ์สกลนคร และสุรินทร์ โดยในการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) เพื่อทำการศึกษาตัวแปรและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการศึกษา โดยเน้นศึกษาปรากฏการณ์โดยตรงแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) โดยการสังเกตสัมภาษณ์และการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสำหรับการวิเคราะห์ผลตามโมเดล Dynamic Balance Economy และการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment : SROI) สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลคณะผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลแยกตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยที่วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์แยกตามองค์ประกอบแต่ละมิติของ Dynamic Balance Economy และทำการเปรียบเทียบค่าที่ได้ของแต่ละวิสาหกกิจชุมชนเพื่อพิจารณาหาผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของชุมชนในมุมมองของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ส่วนวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 คณะผู้วิจัยคำนวณ SROI โดยการคำนึงถึงข้อมูลทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงินที่สามารถวัดเป็นผลลัพธ์ได้สมาชิกวิสาหกิจชุมชนทุนคนได้รับจากการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ รวมทั้งยังได้คำนึงถึงความคงทนของผลลัพธ์ที่ได้ตลอดจนการลงลง (Drop-off) ที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการด้วย ผลการศึกษาสำหรับการยกห่วงโซ่คุณค่าของวิสาหกิจชุมชนตาม แนวคิด Dynamic Balance Economic ของ 3 ผลิตภัณฑ์ เมื่อพิจารณาในภาพรวมของทุกมิติ พบว่าการเปลี่ยนแปลงของทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์มีค่าการเปลี่ยนแปลงไม่แตกต่างกันมากนัก นอกจากนี้ผลการศึกษาผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ของผลิตภัณฑ์ข้าว คราม และไหม พบว่า ผลิตภัณฑ์ข้าวมีค่าระดับคะแนนสูงมากที่สุด รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ไหม และผลิตภัณฑ์คราม ตามลำดับ สาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ข้าวนั้นมี ค่าระดับคะแนนสูงกว่า ผลิตภัณฑ์ไหม และผลิตภัณฑ์คราม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ข้าวเป็นสินค้าอุปโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ในขณะที่ผลิตภัณฑ์คราม และผลิตภัณฑ์ไหมเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพง มีภาพลักษณ์ที่ดี และมีอายุการใช้งานยาวนาน ดังนั้นผลิตภัณฑ์ครามและผลิตภัณฑ์ไหม จึงให้ผลตอบแทนทางสังคมแตกต่างกันไม่มากนัก ผลจากการศึกษาในครั้งนี้จึงสามารถสรุปได้ว่าการประเมินผลการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน จากการดำเนินโครงการ เป็นการยกระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำและการวัดผลตอบแทนต่อสังคม ของทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ข้อมูลในการประเมินการยกคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ชองชุมชน/วิสาหกิจชุมชน มากกว่าการพิจารณาเฉพาะมูลค่าที่เป็นตัวเงินด้านเดียว