โครงการศึกษาวิจัยแนวทางการปรับตัวและแสวงประโยชน์และโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมจากตลาดอีคอมเมิร์ซ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาของเทคโนโลยีส่งผลต่อเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ (E-commerce) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและธุรกิจ E-commerce เติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs หันมาใช้ช่องทาง E-commerce เพื่อดำเนินธุรกิจกันมากขึ้นเพื่อตามทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากตลาด E-commerce ซึ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเช่นกัน งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลกระทบและโอกาสต่อ SMEs ไทยจากตลาด E-commerce ในภาคเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ภาคบริการ ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งประเมินผลกระทบและโอกาสของตลาด E-commerce จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับ SMEs ในตลาด E-commerceผลการศึกษาพบว่า ระบบนิเวศ E-commerce ของไทยมีการพัฒนาในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ดีจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อหลายภาคธุรกิจ และเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ e-commerce เพื่อเป็นทางรอด ในด้านกฎหมายพบว่าไทยมีกฎหมายครบถ้วน แต่มีข้อน่ากังวลถึงความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในทางการค้าระหว่างประเทศและการตีความกฎหมายที่ไม่ชัดเจนการศึกษาในภาคบริการ กรณีศึกษาธุรกิจโรงแรมและที่พัก มีการนำ E-commerce ไปใช้อย่างแพร่หลายในการจองที่พัก แต่ผู้ประกอบการโรงแรมมีอำนาจการต่อรองกับแพลตฟอร์ม OTA ค่อนข้างต่ำ ขณะที่ภาคการเกษตร กรณีศึกษาผลไม้ ไทยมีปัจจัยการผลิตที่ค่อนข้างดีแต่เกษตรกรขาดความพร้อมที่จะเข้าสู่ E-commerce และขาดระบบโลจิสติกส์ที่เหมาะสมครอบคลุมกับภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม กรณีศึกษาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มพบว่า มีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ผู้ประกอบการมักใช้กลยุทธ์ด้านราคา ขาดการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าในตลาดงานศึกษาวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศและส่งเสริมผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสัญชาติไทย พัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระหว่างประเทศพร้อมทั้งลดอุปสรรคทางกฎหมายโดยเฉพาะให้เอกชนมีส่วนร่วมในกระบวนการ ทั้งนี้ ในภาคบริการ ควรมีการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้มีในอำนาจการต่อรองกับแพลตฟอร์ม OTA สนับสนุนแพลตฟอร์ม E-commerce ในประเทศ ภาคการเกษตรควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการสร้างตราสินค้าในมิติคุณภาพ พร้อมพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เหมาะสมครอบคลุมกับสินค้าเกษตร ในภาคอุตสาหกรรมควรมีการพัฒนา Digital platform เชื่อมการบริหารจัดการและการขาย อีกทั้งต้องพัฒนาทักษะบุคลากรและการสร้างตรายี่ห้อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์