มวลชีวภาพของธูปฤาษี และประสิทธิภาพในผลิตเป็นเชื้อเพลิงแข็ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษามวลชีวภาพของธูปฤาษี และประสิทธิภาพในผลิตเป็นเชื้อเพลิงแข็งเป็น มีจุดประสงค์ เพื่อใช้ประโยชน์จากมวลชีวภาพของธูปฤาษีที่แพร่ระบาดในระบบชลประทาน เพื่อเป็นแนวทางการ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านเชื้อเพลิง โดยมีวิธีการศึกษาในด้านศึกษามวลชีวภาพ และอัตราการ เจริญเติบโตของธูปฤาษี ในพื้นที่ชลประทานต่างๆ ศึกษาระยะการเจริญเติบโตของธูปฤาษี การศึกษา รูปแบบที่เหมาะสมของธูปฤาษีของการเป็นเชื้อเพลิงแข็ง และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงแข็งที่ ได้จากธูปฤาษี ระยะเวลาทำการทดลอง ตุลาคม 2554– กันยายน 2555 จากผลการศึกษาพบว่า 1. การสำรวจเก็บตัวอย่างธูปฤาษีแหล่งพันธุ์ต่างๆ ทั้ง 5 ภาค จำนวนทั้งหมด 30 แหล่งพันธุ์ พบว่า ธูปฤาษีที่เจริญเติบโตอยู่ในแต่ละแหล่งพันธุ์มีการเจริญเติบโตที่แต่ต่างกัน โดยในพื้นที่ภาคกลางดินมีความ อุดมสมบูรณ์มากกว่าภาคอื่น ส่งผลทำให้ต้นธูปฤาษีมีการเจริญเติบโตดี มีความสูง น้ำหนักสด และน้ำหนัก แห้งมากกว่า แต่มีจำนวนต้นต่อพื้นที่น้อยกว่า แต่ในพื้นที่อื่นๆ ธูปฤาษีมีขนาดของต้นเล็กกว่าภาคกลาง แต่ จำนวนต้นต่อพื้นที่มีจำนวนมากกว่า มีผลให้จำนวนดอกต่อตารางเมตรมีจำนวนมากตามจำนวนของต้นที่ เพิ่มขึ้น 2. การเจริญเติบโตของธูปฤาษี พบว่าเมล็ดเริ่มงอกหลังจากเพาะ 3-4 วัน หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน ต้นจะเริ่มแตกไหล และออกดอกเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน หลังจากช่อดอกตัวเมียได้รับการผสม ประมาณ 4-5 เดือน เมล็ดจากช่อดอกตัวเมียจะเริ่มแตก เมล็ดจะฟุ้งกระจาย ถ้าอากาศแห้งการก็จะมีการแตก เร็วขึ้น 3. จากการศึกษาเชื้อเพลิงจากธูปฤาษีอัดแท่งด้วยเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิง โดยมีการผลิตเป็น 3 รูปแบบคือ 1. แท่งเชื้อเพลิงจากธูปฤาษี (นำธูปฤาษีตากแห้ง นำมาบดและนำมาขึ้นรูป) แบ่งเป็นแท่ง เชื้อเพลิงส่วนราก แท่งเชื้อเพลิงส่วนโคนใบ แท่งเชื้อเพลิงส่วนปลายใบ และแท่งเชื้อเพลิงรวมทั้งต้น 2. ถ่าน แท่งเชื้อเพลิงจากธูปฤาษี (นำธูปฤาษีตากแห้ง นำมาบด ขึ้นรูป และนำไปเผาเป็นถ่าน) แบ่งเป็นส่วนถ่านแท่ง เชื้อเพลิงส่วนราก ถ่านแท่งเชื้อเพลิงส่วนโคนใบ ถ่านแท่งเชื้อเพลิงส่วนปลายใบ และถ่านแท่งเชื้อเพลิง รวมทั้งต้น ใช้แป้งมันเป็นตัวประสาน แป้งมัน 35 เปอร์เซ็นต์ (โดยน้ำหนัก) 3. ถ่านอัดแท่งธูปฤาษี (นำ ธูปฤาษีตากแห้ง นำไปเผา และขึ้นรูป) แบ่งเป็นถ่านอัดแท่งส่วนราก ถ่านอัดแท่งส่วนโคนใบ ถ่านอัดแท่ง ส่วนปลายใบ และถ่านอัดแท่งรวมทั้งต้น ถ่านอัดแท่งธูปฤาษีเผา ใช้แป้งมันเป็นตัวประสาน 8 เปอร์เซ็นต์ 4. เมื่อนำมาทดสอบประสิทธิภาพการเป็นเชื้อเพลิงธูปฤาษี 3 รูปแบบ พบว่าแท่งเชื้อเพลิงธูปฤาษีที่ ผลิตได้มีน้ำหนักเบา ลักษณะของแท่งเชื้อเพลิงจะมีสีน้ำตาลอ่อนเมื่อนำมาติดการติดไฟ จะติดไฟง่าย มีควัน น้อย ไม่แตกประทุ ไม่มีกลิ่น ให้ความร้อนอย่างรวดเร็ว และมีเถ้าจำนวนน้อย โดยเฉพาะในส่วนของแท่ง เชื้อเพลิงจากส่วนปลายใบ และแท่งเชื้อเพลิงจากส่วนโคน ส่วนแท่งเชื้อเพลิงรวมทั้งต้นติดไฟได้นานกว่ามี จำนวนเถ้ามากกว่า แท่งเชื้อเพลิงจากส่วนรากของธูปฤาษี จะติดไฟค่อนข้างยาก ร้อนช้า และติดไฟได้นาน ส่วนถ่านแท่งเชื้อเพลิงธูปฤาษี ถ่านที่ได้จะมีสีดำ ลักษณะเบา และแตกหักง่าย เมื่อทดสอบประสิทธิภาพการ เป็นเชื้อเพลิงพบว่าในส่วนของถ่านแท่งเชื้อเพลิงธูปฤาษีจะมีลักษณะคล้ายกับแท่งเชื้อเพลิง แต่การติดไฟจะ ยากกว่า มีจำนวนเถ้ามากกว่า ส่วนถ่านอัดแท่งธูปฤาษีลักษณะมีสีดำ มีน้ำหนักและแข็ง เมื่อมาทดสอบ คุณสมบัติการเป็นเชื้อเพลิงพบว่าไม่ติดไฟ 5. เมื่อวิเคราะห์ค่าพลังงานพบว่าถ่านแท่งเชื้อเพลิงธูปฤาษีส่วนปลายใบ และถ่านแท่งเชื้อเพลิงโคน ใบ มีค่าความร้อน 5,020 และ 5,170 กิโลแคลลอรี่ต่อกิโลกรัม ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ถ่าน อัดแท่ง (มผช. 238/2547) มีค่าความชื้น 9.8 และ 12.4 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่าความร้อนที่ของแท่งเชื้อเพลิงจากส่วนปลายใบ แท่งเชื้อเพลิงจากโคนใบ และแท่ง เชื้อเพลิงจากส่วนของธูปฤาษีรวมทั้งต้น มีค่าความร้อน 3,750, 3,690 และ 3480 กิโลแคลลอรี่ต่อกิโลกรัม มี ค่าความชื้น 8.6, 11.0 และ 10.7 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และมีข้อดีคือมีจำนวนเถ้าน้อย 5.5, 5.7 และ 7.3 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ