Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

เครื่องใส่ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกร

จิรพงษ์ แสนศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)พัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกรเพื่อการเกษตรอินทรีย์ให้เป็นรูปธรรม 2) เพื่อออกแบบและสร้างเครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกร และ 3) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการเพิ่มผลผลิตของเกษตรกร วิธีดำเนินงานแบ่งออกเป็นขั้นตอนดังนี้ คือศึกษาวิธีการให้ปุ๋ยของเกษตรกรและการให้ปุ๋ยโดยใช้เครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกร ศึกษาการให้ปุ๋ยของเกษตรกร ได้แก่ การจับเวลาในการให้ปุ๋ย เพื่อหาความสามารถเชิงพื้นที่ของเกษตรกร หาความสามารถเชิงวัสดุจากการให้ปุ๋ยของเกษตรกรต่อพื้นที่ที่ทำการทดสอบ และทำการสุ่มเก็บตัวอย่างการหว่านปุ๋ยของเกษตรกร 1 ตารางเมตร เพื่อหาการกระจายปุ๋ยของเกษตรกร แล้วนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบและสร้างเครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกร ทดสอบเครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อหาความสามารถเชิงพื้นที่ของเครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์ จากนั้นก็มาความสามารถเชิงวัสดุ และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของเครื่อง ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถในการโรยปุ๋ยของเกษตรกรเท่ากับ 4.42 ไร่ต่อชั่วโมง คิดเป็นความสามารถเชิงวัสดุคือ 29.66 กิโลกรัมต่อไร่ โดยที่การกระจายอย่างสม่ำเสมอของปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรโรยเฉลี่ย คือ 35.33 กรัมต่อตารางเมตร ความสามารถของเครื่องปล่อยปุ๋ยอินทรีย์ผ่านช่องทางออกของเครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์ พบว่าเมื่อเปิดลิ้นปล่อยปุ๋ยระยะ ? ? ? และ เปิดหมดของช่องทางเปิด โดยใช้เวลาทำงาน 60 วินาที ปริมาณปุ๋ยที่ปล่อยจากชุดลำเลียงเฉลี่ยเท่ากับ 249.67 479.67 596.00 และ 953.83 กรัม ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการให้ปุ๋ยเท่ากับ 5.99 11.51 14.30 และ 22.89 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ความสามารถในการทำงานเชิงพื้นที่ของเครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกรเท่ากับ 10 ไร่ต่อชั่วโมงโดยที่เครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์มีความสามารถเชิงพื้นที่สูงกว่าการให้ปุ๋ยโดยเกษตรกรประมาณ 5.58 ไร่ต่อชั่วโมง โดยมีอัตราการใช้ปุ๋ยเชิงทฤษฎีน้อยกว่าการให้ปุ๋ยโดยเกษตรกรที่อัตราการเปิดลิ้นปล่อยมากสุดประมาณ 6.77 กิโลกรัมต่อไร่ และมีความสม่ำเสมอของการให้ปุ๋ยด้วยเครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์เฉลี่ย 29.11 กรัมต่อตารางเมตร ซึ่งน้อยกว่าการให้ปุ๋ยโดยเกษตรกรโดยเท่ากับ 35.33 กรัมต่อตารางเมตร โดยมีจุดคุ้มทุนของการใช้เครื่องให้ปุ๋ยอินทรีย์ในระยะเวลา 10 ปี เท่ากับ 11.6 ไร่ต่อปี

คำสำคัญ

ปุ๋ยเคมีปุ๋ยชีวภาพเทรลเลอร์หรือปุ๋ยอินทรีย์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การออกแบบและสร้างระบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการเกษตรอินทรีย์

พิเชษฐ์ บุญญาลัย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบเติมอากาศต้นแบบสำหรับชุมชนและวิสาหกิจชุมชน ในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

สรรศุภร วิชพันธุ์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2566

การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าว เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สุรางค์รัตน์ พันแสง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

วิจัยและพัฒนาเทคโนดลยีการผลิตพืชอินทรีย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ว่าที่ร้อยตรี อนุชา เหลาเคน กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560

โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบการปลูกพืชตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

นางสาวนิรมล ดำพะธิก กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560

การศึกษาหาสูตรมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์

จันทร์เพ็ญ ชัยมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2551

โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบการปลูกพืชตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

นางสาวมัตติกา ทองรส กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560

รูปแบบการจัดการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอินทรีย์ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรอินทรีย์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเห็ดในจังหวัดมหาสารคาม

นิศารัตน์ โชติเชย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

การศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบการผลิตพืชผักอินทรีย์แบบครบวงจร

สุขุม พันธุ์ณรงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบการปลูกพืชตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

จิรัสชญาพร รณเรืองฤทธิ์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560