ผลของการทำประมงด้วยลอบยืน และข่ายต่อปลาชนิดเด่นใน ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาผลของการทำประมงด้วยลอบยืน และข่ายต่อปลาชนิดเด่นในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2554- กรกฎาคม 2555 เก็บตัวอย่างปลาจากจำนวน 3 สถานี ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง โดยใช้ข่าย และลอบยืนขนาดช่องตา 35-55 มิลลิเมตร พบชนิดปลาที่จับได้ด้วยข่ายจำนวน 16 วงศ์ 34 สกุล 42 ชนิด จากลอบยืน 19 วงศ์ 54 สกุล 74 ชนิด พบปลา ปลาสร้อยเกล็ดถี่ (Thynnichthys thynnoides) ปลาซ่า (Labiobarbus leptocheilus) ปลาตะเพียนทอง (Barbonymus altus) ปลาสร้อยขาว (Henicorhynchus siamensis) ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) เป็นปลาชนิดเด่นที่ถูกจับได้ด้วยข่าย พบปลา ปลากระมังครีบสูง (Puntioplites falcifer) ปลาเนื้ออ่อน (Micronema bleekeri) เพี้ย (Morulius chrysophekadian) ปลาโจกเขียว (Cosmocheilus harmandi) และ ปลาตะเพียนทอง (Barbodes altus) เป็นปลาชนิดเด่นถูกจับได้ด้วยลอบยืน เมื่อพิจารณาค่าความยาวที่เหมาะสมของปลาที่ถูกจับจากข่าย และลอบยืน แต่ละขนาดช่องตา และขนาดเริ่มสืบพันธุ์วางไข่ของปลาที่เป็นชนิดเด่น พบว่าช่องตาขนาด 35 มิลลิเมตร เป็นขนาดช่องตาที่เล็กที่สุดที่เหมาะสมสำหรับการทำประมงด้วยลอบยืน และข่ายในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำเจริญเติบโตถึงขนาดแรกเริ่มสืบพันธุ์ได้ และได้แพร่พันธุ์อย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนที่จะถูกจับไปใช้ประโยชน์ คำสำคัญ ข่าย ลอบยืน ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง