การช่วยลดภาวะโลกร้อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชน จังหวัดชุมพร ระนองและสุราษฎร์ธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องการช่วยลดภาวะโลกร้อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชนจังหวัดชุมพร ระนองและสุราษฎร์ธานี วัตถุประสงค์ทำการศึกษาระดับการช่วยลดภาวะโลกร้อน เปรียบเทียบการช่วยลดภาวะโลกร้อน การหาความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคลกับการช่วยลดภาวะโลกร้อนและศึกษาปัญหาอุปสรรครวมถึงแนวทางการช่วยลดภาวะโลกร้อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชนจังหวัดชุมพร ระนองและสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนหลากหลายอาชีพที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในสามจังหวัดข้างต้น ทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม 1,200 ตัวอย่างและแบบสัมภาษณ์ 90 ตัวอย่าง จาก 20 อำเภอ 40 ตำบลและ 40 หมู่บ้าน สถิติที่ใช้ประกอบด้วยค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมุติฐานและเปรียบเทียบด้วยค่าไคสแควร์ T-test และ F-test ผลการวิจัยมีดังนี้ ประชาชนจังหวัดชุมพร ระนองและสุราษฎร์ธานีมีการช่วยลดภาวะโลกร้อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในภาพรวมทั้งห้ามิติอยู่ในระดับมากอันดับหนึ่งประกอบด้วยมิติด้านจิตใจ อันดับสองมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ อันดับสามมิติด้านสังคม อันดับสี่มิติด้านเทคโนโลยีและอันดับห้ามิติด้านเศรษฐกิจตามลำดับ โดยประชาชนจังหวัดระนองช่วยลดภาวะโลกร้อนมากกว่าจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี การเปรียบเทียบพบว่าประชาชนทั้งสามจังหวัดมีการช่วยลดภาวะโลกร้อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่แตกต่างกันในสามมิติจากทั้งหมดห้ามิติประกอบด้วยมิติด้านจิตใจ มิติด้านสังคมและมิติด้านเศรษฐกิจ ส่วนมิติด้านเทคโนโลยีและมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ ประชาชนทั้งสามจังหวัดมีการช่วยลดภาวะโลกร้อนในลักษณะที่แตกต่างกัน ผลเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของตูกีในมิติด้านเทคโนโลยีและมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ พบว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดระนองแตกต่างจากค่าเฉลี่ยของจังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งสองมิติ การทดสอบความสัมพันธ์ปัจจัยส่วนบุคคลกับการช่วยลดภาวะโลกร้อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชนจังหวัดชุมพร ระนองและสุราษฎร์ธานีพบว่า เพศ ระดับการศึกษา อาชีพและขนาดการถือครองที่ดินมีความสัมพันธ์กับการช่วยลดภาวะโลกร้อน ส่วนปัจจัยด้านอายุ การนับถือศาสนา สถานภาพการสมรส จำนวนสมาชิกในครัวเรือน ระดับรายได้ การเป็นสมาชิก ชมรม องค์กรและภูมิลำเนา ไม่มีความสัมพันธ์กับการช่วยลดภาวะโลกร้อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ข้อเสนอแนะรัฐบาล ผู้ประกอบการ องค์กร สมาคม มูลนิธิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน ทุกภาคส่วน ควรร่วมมืออย่างจริงจัง ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม สนับสนุนทุกวิถีทางในการช่วยกันลดภาวะโลกร้อนด้วยการหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนประเภทลม น้ำ แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพและก๊าซธรรมชาติ