การเปรียบเทียบวิธีการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ปลูกข้าว ขาวดอกมะลิพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ปลูกข้าวขาวดอกมะลิ พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่สำกัญ คือ ส่วนที่หนึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการ เปรียบเทียบวิธีการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ปลูกข้าว ส่วนที่สองเป็นการศึกษา เกี่ยวกับการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดิน และส่วนที่สามเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการ เปลี่ยนแปลงความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ในการศึกษาส่วนทีหนึง จากการเปรียบเทียบวิธีการประเมินความอุคมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ ปลูกข้าว พบว่าการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินของกองสำ รวจดิน (2523) จะมีความแตกต่าง กันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญกับวิธีการประเมินของ Land Classification Division and FAO Project stafr (1973) ทั้งนี้เนื่องจาก ปัจจัขที่น่าจะมีผลทำให้วิธีการประเมินมีความแตกต่างกันนั้นน่าจะเกิด จากสมบัติทางเคมีดิน , ระดับความอุดมสมบูรณ์ ของดิน และเกณฑ์ค่าวิเคราะห์ทางเคมีของดิน ซึ่ง ป้จจัยดังกล่าวในแต่ละวิธีการประเมินจะมีความแตกต่างกัน สำหรับการศึกษาส่วนที่สอง จาก การ ประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้จะพบว่าวิธีการประเมินของกองสำรวจดิน (2323) พื้นที่ส่วนใหญ่จะมีความอุดมสมบู รณ์ต่ำ 85.42% ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง 2.51% และ ไม่พบพื้นที่ความอุดมสมบูรณ์สูง ซึ่งคุณสมบัติทางเคมีที่ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ได้แก่ ความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออนบวก, อินทรียวัตถุ ,ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และ โพแทสเซียมที่เป็นประ โยชน์ สำหรับการประเมินขอ ง Land Classification Division and FAO Project Stafr (1973 พบว่าวิธีการประเมินสำหรับข้าว พื้นที่ส่วนใหญ่จะมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ 80.74% ความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงค่อนข้างต่ำ 3.85 * ความอุดมสมบูรณ์ป่านกลาง 2.04% ความอุดม สมบูรณ์ป่านกลางถึงค่อนข้างสูง 0.49/ และความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ 0.82% ซึ่งคุณสมบัติทาง เคมีที่ทำให้ดินมีความอุคมสมบูรณ์ต่ำ ได้แก่ อินทรียวั ตถุ และ ฟอสฟอรัสที่เป็นประ โยชน์ ในส่วน การประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินสำหรับพืชไร่ พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ 39.16% ความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงค่อนข้างต่ำ ประมาณ 3.93%, ความอุดมสมบูรณ์ป่านกลาง 2.03% และพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ก่อนข้างต่ำประมาณ 42.82% ซึ่งคุณสมบัติทางเคมีดินที่มีผลทำให้ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ได้แก่ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ในส่วนที่สามเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความอุดมสมบูรณ์ของดิน พบว่าความ อุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปโดยจะมีความอุคมสมบูรณ์ที่ ลดลงทั้งนี้อาจเนื่องมา จากการจัดการดินที่ไม่ถูกวิธี เช่น อาจมีการใช้ปุ๊ยเคมีเพิ่มขึ้น ซึ่งปุ๊ขเคมีบาง ชนิดจะมีธาตุบางตัวตกค้างในดินมีผลทำให้ดินมีความเป็นกรดเพิ่ มขึ้น ซึ่งจะทำให้ความเป็น ประโยชน์ของธาตุอาหารในดินลดลง หรือขาดการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุอย่างต่อเนื่อง เช่น อาจมีการใช้ปุ๊ยคอก ปุ้ยหมัก หรือปุ้ยพืชสดปริมาณน้อย จึงเป็นผลทำให้ดินขาดความอุคม สมบูรณ์ เป็นต้น