การประเมินสถานภาพของธาตุอาหารเพื่อการจัดการปุ๋ยสำหรับ ปาล์มน้ำมัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งำนวิจัยนี้ศึกษำเกี่ยวกับกำรประเมินสถำนภำพของธำตุอำหำรเพื่อกำรจัดกำรปุ๋ยสำหรับปำล์มน้ำมัน ใช้ต้นปำล์มน้ำมันอำยุ 6-7 ปี โดยทำกำรทดลองใน 2 พื้นที่ คือ พื้นที่อำเภอทุ่งสง และพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นระยะเวลำ 2 ปี (2558-2559) โดยวำงแผนกำรทดลองแบบ Factorial in randomized complete block design (RCBD) เปรียบเทียบค่ำเฉลี่ยโดยวิธี Duncan’s multiple range test (DMRT) ทำกำรบันทึกกำรเจริญเติบโตและกำรให้ผลผลิตของปำล์มน้ำมัน เปรียบเทียบกันระหว่ำงอัตรำปุ๋ยที่ใช้และกำรตอบสนองในแต่ละพื้นที่ เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่ใบของปำล์มน้ำมันในพื้นที่ที่ทำกำรทดลองพบว่ำ ใส่ปุ๋ยในอัตรำที่ 4 มีค่ำเฉลี่ยพื้นที่ใบสูงสุด 8.21 ตำรำงเมตร โดยค่ำเฉลี่ยของพื้นที่ใบในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีค่ำมำกกว่ำในอำเภอทุ่งสง มีพื้นที่ใบเฉลี่ยอยู่ที่ 7.53 และ 6.02 ตำรำงเมตร กำรใส่ปุ๋ยในอัตรำที่ 4 มีค่ำเฉลี่ยน้ำหนักแห้งทำงใบสูงสุด 2.77 กิโลกรัม โดยค่ำเฉลี่ยของน้ำหนักแห้งทำงใบในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีค่ำมำกกว่ำในอำเภอทุ่งสง มีน้ำหนักแห้งทำงใบเฉลี่ยอยู่ที่ 21.67 และ 19.46 ตำรำงเมตร กำรใส่ปุ๋ยในอัตรำที่ 5, 4 และ 3 มีค่ำเฉลี่ยกำรสร้ำงทำงใบ 7.28, 7.05 และ 7.05 ทำงใบ ไม่แตกต่ำงทำงสถิติ (p?0.05) โดยค่ำเฉลี่ยของกำรสร้ำงทำงใบในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีค่ำมำกกว่ำในอำเภอทุ่งสง มีกำรสร้ำงทำงใบเฉลี่ยอยู่ที่ 7.33 และ 6.53 ทำงใบ กำรใส่ปุ๋ยในอัตรำที่ 4, 5 และ 3 มีค่ำเฉลี่ยกำรสร้ำงทะลำยของปำล์มน้ำมัน 5.32, 5.17 และ 5.10 ทะลำย ไม่แตกต่ำงทำงสถิติ (p?0.05) โดยค่ำเฉลี่ยของกำรสร้ำงทะลำยของปำล์มน้ำมันในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีค่ำมำกกว่ำในอำเภอทุ่งสง มีกำรสร้ำงทะลำยของปำล์มน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.24 และ 4.72 ทะลำย จะเห็นได้ว่ำต้นปำล์มน้ำมันในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีกำรเจริญเติบโตดีกว่ำอำเภอทุ่งสง เมื่อเปรียบเทียบจำนวนทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมันในพื้นที่ที่ทำกำรทดลองพบว่ำ กำรใส่ปุ๋ยในอัตรำที่ 5, 6 และ 4 มีค่ำเฉลี่ยจำนวนทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมัน 2.53, 2.53 และ 2.43 ทะลำย แตกต่ำงทำงสถิติอย่ำงมีนัยสำคัญยิ่ง (p?0.01) โดยค่ำเฉลี่ยของจำนวนทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมันในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีค่ำมำกกว่ำในอำเภอทุ่งสง มีจำนวนทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 2.43 และ 2.33 ทะลำย กำรใส่ปุ๋ยในอัตรำที่ 4 มีค่ำเฉลี่ยน้ำหนักทะลำยต่อหนึ่งทะลำยของปำล์มน้ำมันสูงสุด 14.68 กิโลกรัม รองลงมำคือ อัตรำที่ 2 และ 3 โดยมีค่ำเฉลี่ยน้ำหนักทะลำยต่อหนึ่งทะลำยของปำล์มน้ำมันทะลำย 13.43 และ 13.40 กิโลกรัม ตำมลำดับ แตกต่ำงทำงสถิติอย่ำงมีนัยสำคัญยิ่ง (p?0.01) โดยค่ำเฉลี่ยของน้ำหนักทะลำยต่อหนึ่งทะลำยของปำล์มน้ำมันในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีค่ำมำกกว่ำในอำเภอทุ่งสง มีน้ำหนักทะลำยต่อหนึ่งทะลำยของปำล์ม (ค) น้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 14.17 และ 12.64 กิโลกรัม กำรใส่ปุ๋ยในอัตรำที่ 4 มีค่ำเฉลี่ยน้ำหนักทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมันสูงสุด 21.35 กิโลกรัม รองลงมำคือ อัตรำที่ 1 และ 5 โดยมีค่ำเฉลี่ยน้ำหนักทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมันทะลำย 21.06 และ 20.40 กิโลกรัม ตำมลำดับ ไม่แตกต่ำงทำงสถิติ (p?0.05) โดยค่ำเฉลี่ยของน้ำหนักทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมันในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีค่ำมำกกว่ำในอำเภอทุ่งสง มีน้ำหนักทะลำยต่อต้นต่อเดือนของปำล์มน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 22.02 และ 17.91 กิโลกรัม เมื่อพิจำรณำค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดกำรปุ๋ยพบว่ำ กำรใส่ปุ๋ยอัตรำที่ 4 ให้กำไรสุทธิมำกกว่ำกำรใส่ปุ๋ยอัตรำอื่นๆ กำรใส่ปุ๋ยในปริมำณที่น้อยเกินไป ส่งผลให้ต้นปำล์มน้ำมันมีกำรเจริญเติบโตช้ำและผลผลิตไม่มำกเท่ำที่ควร หำกได้รับในปริมำณที่มำกเกินไปธำตุอำหำรอำจมีกำรขัดขวำงกำรทำงำนของธำตุด้วยกันเอง หรืออำจใส่เกินควำมจำเป็นทำให้สิ้นเปลืองต้นทุน ดังนั้นกำรใส่ปุ๋ยควรพิจำรณำถึงควำมต้องกำรของธำตุอำหำรเป็นหลัก ไม่ใส่มำกหรือน้อยเกินไป อย่ำงไรก็ตำมควรมีกำรวิเครำะห์ธำตุอำหำรในดินและในใบปีละครั้ง เพื่อวิเครำะห์กำรจัดกำรปุ๋ยที่ใส่ไปและเพื่อกำรจัดกำรปุ๋ยในปีต่อไป คาสา