ประสิทธิภาพของปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มาต่อการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคโคนเน่าของมะละกอที่ปลูกในพื้นที่ดินร่วนปนทราย กลุ่มชุดดินที่ 35
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประสิทธิภาพของปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มาต่อการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคโคนเน่าของมะละกอที่ปลูกในพื้นที่ดินร่วนปนทราย กลุ่มชุดดินที่ 35 ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ในปี พ.ศ. 2555 - 2558 รวม 3 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมเชื้อสาเหตุโรคโคนเน่าและเพิ่มผลผลิตของมะละกอพันธุ์ครั่ง โดยวางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design (RCB) มี 5 ตำรับ คือ ตำรับที่ 1 แปลงควบคุม ตำรับที่ 2 ใส่ปุ๋ยเคมี ตำรับที่ 3 ใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา ตำรับที่ 4 ใส่ปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราร่วมกับปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา และตำรับที่ 5 ปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา ผลการทดลองพบว่า วิธีใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว และวิธีใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา ให้ผลผลิตเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากันคือ 864 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาได้แก่ วิธีใส่ปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราร่วมกับปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา และวิธีใส่ปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มาเพียงอย่างเดียว ให้ผลผลิตเฉลี่ยเท่ากับ 608.16 และ 396.00 กิโลกรัมต่อไร่ตามลำดับ ส่วนวิธีใส่ปุ๋ยเคมีให้ผลผลิตเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ 72.78 กิโลกรัมต่อไร่ นอกจากนี้วิธีใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา ยังให้จำนวนผลผลิตต่อต้น น้ำหนักสดต่อผล และอัตรารอดสูงที่สุด ซึ่งจะเห็นได้ว่าการใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อไตรโคเดอร์มาเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะละกอเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการอื่นๆ ทั้งนี้ข้อมูลในผลการทดลองเป็นข้อมูลจากปีการผลิตที่ 1 เท่านั้น เนื่องจากข้อมูลจาก ปีการผลิตที่ 2 มีความแปรปรวนสูงเนื่องจากปัญหาสภาพภูมิอากาศ