การประเมินความเหมาะสมของดินที่มีลูกรังต่อการปลูกข้าวและยางพาราในจังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย และจังหวัดบึงกาฬ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ดินลูกรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนับว่ามีข้อจำกัดสำหรับการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของข้าวและยางพารา การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะและสมบัติของดินลูกรัง และประเมินความเหมาะสมของดินลูกรังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อการปลูกข้าวและยางพาราในพื้นที่จังหวัดสกลนคร อุดรธานี หนองคาย และ บึงกาฬ ผลการศึกษาพบว่า ดินลูกรังในพื้นที่แบ่งออกเป็นกลุ่มชุดดินที่ 25 (ที่ลุ่ม) และกลุ่มชุดดินที่ 49 (ที่ดอน) ซึ่งพบกระจายตัวในจังหวัดสกลนคร หนองคาย อุดรธานี และบึงกาฬ คิดเป็น 34.47, 34.1, 29.06 และ25.07% ของเนื้อที่จังหวัด และพบว่า ความเหมาะสมของดินลูกรังสำหรับการปลูกข้าว สามารถแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ 1) ไม่ค่อยเหมาะสมโดยมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน พบก้อนกรวด (35 - 60% โดยปริมาตร) หรือพบก้อนกรวด (gt;60% โดยปริมาตร) ภายในความลึก 50 เซนติเมตร คิดเป็น 52.8, 58.54, 58.01 และ29.29% ของเนื้อที่ดินลูกรังทั้งหมดในจังหวัดสกลนคร อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ ตามลำดับ และ2) ไม่เหมาะสมโดยมีข้อจำกัดเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ (ความลาดเทgt;2%) และพบก้อนกรวด (35 - 60% โดยปริมาตร) และพบชั้นดานแข็งหรือก้อนกรวด (gt;60% โดยปริมาตร) ภายใน 25 - 50 เซนติเมตร คิดเป็น 41.46 - 70.71% ของเนื้อที่ดินลูกรังทั้งหมด นอกจากนี้ สำหรับความเหมาะสมของดินลูกรังสำหรับการปลูกยางพาราสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ 1) มีความเหมาะสม แต่ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับปริมาณก้อนกรวด (35 - 60% โดยปริมาตร) ที่ความลึกภายใน 25 เซนติเมตร คิดเป็น 70.28 - 89.24% ของเนื้อที่ดินลูกรังทั้งหมด 2) ไม่ค่อยเหมาะสม โดยมีข้อจำกัดเกี่ยวกับชั้นดานแข็งหรือพบก้อนกรวด (gt;60% โดยปริมาตร) ภายใน 25 - 50 เซนติเมตร พบในพื้นที่จังหวัดสกลนคร และบึงกาฬ และ3) ไม่มีความเหมาะสม มีข้อจำกัดของการแช่ขังของน้ำจากการจัดเรียงตัวของชั้นดินเหนียว พบก้อนกรวด (35 - 60% โดยปริมาตร) และชั้นดานแข็งหรือก้อนกรวด (gt;60% โดยปริมาตร) ภายในความลึก 50 เซนติเมตร ผลการศึกษานี้ชี้ว่า แม้ดินลูกรังมีข้อจำกัดสำหรับการปลูกข้าวและยางพารา แต่เกษตรกรยังมีความจำเป็นต้องปลูกข้าวและยางพาราในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ นอกเหนือจากสภาพภูมิอากาศแล้วควรมีพิจารณาถึงข้อจำกัดทางดินคือ 1) ปริมาณธาตุอาหารในดิน 2) ปริมาณของกรวดหรือดินลูกรังที่พบในแต่ละระดับความลึก 3) ลักษณะและการจัดเรียงตัวของชั้นดินเหนียว 4) ความสูงต่ำของสภาพพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การให้แนวคิดและทางเลือกในการจัดการดิน น้ำ และปุ๋ยในการปลูกข้าวและยางพารา ในพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงต่อต่อการให้ผลผลิตและความคุ้มทุน