การปรับปรุงดินทรายจัดชุดดินบาเจาะ(กลุ่มชุดดินที่ 43)เพื่อปลูกถั่วลิสงโดยใช้เทคนิคกรมพัฒนาที่ดิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการปรับปรุงดินทรายจัดชุดดินบาเจาะ (กลุ่มชุดดินที่๔๓) เพื่อปลูกถั่วลิสงโดยใช้เทคนิคกรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินการในพื้นที่ หมู่ที่ 2 บ้านดอนใหญ่ ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดยดำเนินการระหว่าง ปี พ.ศ. 2553 – พ.ศ. 2555 โดยวางแผนการทดลองแบบ RCBD จำนวน 6 วิธีการ 4 ซ้ำ ได้แก่ ตำรับที่ 1 (T1) แปลงควบคุม ตำรับที่ 2 (T2) ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ตำรับที่ 3 (T3) 1/2 ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน + พืชปุ๋ยสด (ถั่วพร้า) ตำรับที่ 4 (T4) 1/2 ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยหมักซุปเปอร์ พด.1 ตำรับที่ 5(T5) 1/2 ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน + พืชปุ๋ยสด (ถั่วพร้า) + น้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์ พด.2 และ ตำรับที่ 6 (T6) 1/2 ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยหมักซุปเปอร์ พด.1 + น้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์ พด.2 ตามลำดับโดยมีการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาความชื้นรอบแปลงทดลองทุกตำรับการทดลอง มีการเก็บข้อมูลด้านผลผลิต และน้ำหนักต้นถั่วลิสง จากผลวิเคราะห์ดินพบว่า ดินชุดนี้มีปฏิกิริยาดินเป็นด่าง ความสมบูรณ์ของดินต่ำ ปริมาณธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมอยู่ในระดับต่ำรวมถึงปริมาณอินทรียวัตถุก็อยู่ในระดับต่ำด้วย ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชได้หรือปลูกพืชไม่ค่อยได้ผล จึงมีความจำเป็นในการปรับปรุงดินทรายจัดให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมรวมถึงการเพิ่มปริมาณธาตุอาหารพืชให้กับดินโดยการนำผลิตภัณฑ์ธรรมชาติได้แก่ ปุ๋ยหมักซุปเปอร์ พด.1 น้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์ พด.2 และพืชปุ๋ยสดซึ่งมีคุณสมบัติในการปรับสภาพโครงสร้างดินให้เหมาะสมมาใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีที่มีปริมาณธาตุอาหารหลักครบจะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้หญ้าแฝกเพื่อป้องกันการไหลบ่าและการชะละลายธาตุอาหารโดยเฉพาะธาตุโพแทสเซียมที่มีการเคลื่อนย้ายไปจากดินได้ง่าย ผลการทดลองเมื่อเฉลี่ยทั้ง 2 ปี พบว่า ด้านน้ำหนักสดของต้นถั่วลิสงวิธีการทั้ง 6 วิธีไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยวิธีการที่ 2 ให้น้ำหนักสดเฉลี่ยสูงสุดคือ 3,857.8 กก./ไร่ รองลงมาคือวิธีการที่ 6 และวิธีการที่ 4 ให้น้ำหนักสดเฉลี่ย 3,680 และ 3,386.7 กก./ไร่ ตามลำดับ และวิธีการที่ 1 ให้น้ำหนักสดเฉลี่ยต่ำสุดคือ 2,871.1 กก./ไร่ ซึ่งวิธีการที่ 2 มีแนวโน้มที่จะสามารถเพิ่มน้ำหนักสดของต้นถั่วลิสงได้ดีกว่าวิธีการอื่นๆ ด้านผลผลิตของถั่วลิสงแต่ละวิธีการมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ซึ่งวิธีการที่ 6 ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุดคือ 750.22 กก./ไร่ รองลงมาคือวิธีการที่ 4 และวิธีการที่ 3 ให้ผลผลิต 736.88 และ 655.99 กก./ไร่ ตามลำดับและวิธีการที่ 1 ให้ผลผลิตต่ำสุด คือ 511.99 กก./ไร่ ด้านผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเฉลี่ยทั้ง 2 ปี พบว่า วิธีการที่ 6 ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดคือ 24,757.26 บาท/ไร่ รองลงมาคือ วิธีการที่ 4 และวิธีการที่ 3 ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 24,317.20และ 24,053.04 บาท/ไร่ ตามลำดับ วิธีการที่ 1 ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ำสุดคือ 16,896 บาท/ไร่