Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การตรวจจับสิ่งผิดปกติในกระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ด้วยเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย

วิภาวี หัตถกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายเพื่อการเกษตรเป็นจำนวนมาก เช่น การใช้เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายเพื่อเฝ้าระวังทางการเกษตร โดยอาศัยการเก็บข้อมูลทางกายภาพภายในแปลงเกษตรจากโหนดเซ็นเซอร์ไร้สายซึ่งถูกวางในตำแหน่งต่างๆกันในไร่หรือแปลงเกษตร และส่งข้อมูลกลับมาที่สถานีฐานผ่านการสื่อสารวิทยุระยะสั้น ในกรณีที่แปลงเกษตรมีขนาดใหญ่ ข้อมูลจากโหนดเซ็นเซอร์ไร้สายจะถูกส่งผ่านโหนดเซ็นเซอร์ข้างเคียง ซึ่งจะทำการส่งต่อข้อมูลภายในเครือข่ายในลักษณะนี้จนข้อมูลถูกนำส่งถึงสถานีฐาน เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายประกอบด้วยโหนดเซ็นเซอร์หลายโหนดซึ่งมีขนาดเล็กและราคาถูก เครือข่ายตัวตรวจรู้ไร้สายมีข้อจากัดหลายอย่าง เช่น หน่วยความจำ, ความกว้างแถบความถี่ (แบนด์วิธ), อัตราการส่งข้อมูลต่ำ, แหล่งพลังงานและการใช้พลังงาน, และความสามารถเชิงประมวลผล เป็นต้น ข้อจากัดของอุปกรณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการตรวจจับ ความผิดปกติของตัวตรวจรู้ และสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตได้ นอกจากนี้ข้อจากัดด้านแหล่งพลังงานในเครือข่ายตัวตรวจรู้ไร้สาย ต้องการใช้พลังงานให้น้อยที่สุด เนื่องจากการส่งข้อมูลในเครือข่ายตัวตรวจรู้ไร้สายนั้น ใช้พลังงานมากกว่ากระบวนการในการประมวลผล และ การคำนวณข้อมูลที่มีขนาดเล็กจะใช้พลังงานน้อยกว่าการคำนวณข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย ดังนั้น การวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นที่จะผสมผสานการทางานระหว่าง การบีบอัดข้อมูลด้วย Discrete Wavelet Transform (DWT) และ Lifting Wavelet Transform (LWT) ร่วมกับ การตรวจจับความผิดปกติของข้อมูลโดยใช้ One-Class Support Vector Machine (OCSVM) วิธีการแรกที่นำเสนอในการวิจัยนี้ คือ OCSVM + DWT เมื่อนาไปเปรียบเทียบกับวิธีการก่อนหน้านี้ที่ถูกนาเสนอมาแล้ว เช่น Self-Organizing Map (SOM) + DWT พบว่า OCSVM + DWT สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับความผิดปกติได้ สำหรับการทดลองกับข้อมูลสังเคราะห์พบว่า OCSVM + DWT ที่เลือกใช้ค่าสัมประสิทธิ์ความถี่ต่ำ มีอัตราความถูกต้องในการตรวจจับความผิดปกติถึง 100% ในขณะที่อัตราความผิดพลาดในการตรวจจับข้อมูลเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการอื่น ๆ และในการทดลองกับชุดข้อมูลจริงพบว่า OCSVM + DWT ที่เลือกใช้ค่าสัมประสิทธิ์ความถี่ต่ำ ทางานได้ดีที่สุด โดยมีอัตราความถูกต้องในการตรวจจับความผิดปกติสูงถึงเกือบ 100% แม้ว่าในการทดลองกับข้อมูลที่มีความผิดปกติแบบ Short หรือ Noise จะให้อัตราการตรวจจับข้อมูลที่ผิดพลาดสูงกว่าวิธีการอื่น ๆ ก็ตาม จากการทดลองจะเห็นว่า OCSVM + DWT ที่เลือกใช้ค่าสัมประสิทธิ์ความถี่ต่ำ เหมาะกับการตรวจจับข้อมูลที่มีความผิดปกติแบบ Short หรือ Noise เป็นองค์ประกอบ ในขณะที่ SOM + DWT ที่เลือกใช้ค่าสัมประสิทธิ์ความถี่ต่ำ เหมาะกับการตรวจจับข้อมูลที่มีความผิดปกติแบบ Constant เป็นองค์ประกอบ อีกวิธีการหนึ่งที่นาเสนอในงานวิจัยนี้ คือ OCSVM + LWT ซึ่งจะถูกนาไปเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทางานกับวิธีการอื่น ซึ่งได้แก่ OCSVM + DWT และ OCSVM + Principal Component Analysis (PCA) สำหรับการทดลองกับข้อมูลสังเคราะห์และข้อมูลจริงที่มีความผิดปกติแบบ Short เป็นองค์ประกอบ พบว่า OCSVM + LWT มีประสิทธิภาพการทางานใกล้เคียงกับ OCSVM, OCSVM + DWT และ OCSVM + PCA สำหรับการทดลองกับข้อมูลสังเคราะห์และข้อมูลจริงที่มีความผิดปกติแบบ Noise และ Constant เป็นองค์ประกอบ พบว่า OCSVM + LWT และ OCSVM + DWT ที่เลือกใช้สัมประสิทธิ์ความถี่ต่ำ มีประสิทธิภาพการทางานที่ดีกว่า OCSVM และ OCSVM + PCA ในทางกลับกัน OCSVM + LWT และ OCSVM + DWT ที่เลือกใช้สัมประสิทธิ์ความถี่สูง มีประสิทธิภาพการทางานที่แย่ที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า LWT มีความต้องการที่น้อยกว่า DWT ในแง่ของหน่วยความจำที่ใช้งาน และเวลาในการคำนวณ และจากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า OCSVM + LWT เหมาะที่จะนำไปติดตั้งเครือข่ายตัวตรวจรู้ไร้สายมากกว่าวิธีการอื่น ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว งานวิจัยนี้ยังได้ทำการประยุกต์ใช้ในการตรวจจับความผิดปกติของชุดข้อมูลจริงจากโรงปุ๋ยชีวภาพ (bioorganic fertilizer plant หรือ BOF) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยได้มีการพัฒนาชุดอุปกรณ์ต้นแบบเซ็นเซอร์โหนดไร้สายและมีการส่งค่าความชื้นและอุณหภูมิของดินไปยังสถานีฐานอย่างต่อเนื่อง และมีการนำข้อมูลผ่านการประมวลผลแบบ DWT และใช้ SOM ในการตรวจจับความผิดปกติในข้อมูล โดยพบว่าอัลกอริทึมที่ได้นำเสนอที่ประกอบด้วยเวฟเลตแม่แบบฮาร์ (Haar) ที่มีการใช้สัมประสิทธิ์ต่ำผ่านนั้นมีค่าการแจ้งเตือนจริง 95% โดยที่อัลกอริทึมที่นำเสนอนั้นมีประสิทธิภาพดีเทียบเท่าอัลกอริทึม SOM และมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าอัลกอริทึม DWT ถึง 75% ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าอัลกอริทึมที่ได้นำเสนอสามารถรักษาค่าการตรวจจับความผิดปกติจริงที่ยอมรับได้ ในขณะที่ใช้ข้อมูลป้อนเข้าเพียงครึ่งเดียว (ด้วยการใช้ DWT level 1)

คำสำคัญ

Wireless sensor networksAnomaly detectionagricultural monitoringการตรวจจับความผิดปกติการเฝ้าระวังเชิงการเกษตรโครงข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

เซ็นเซอร์ตรวจวัดพืชและเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายในไร่นาสำหรับเกษตรอัจฉริยะ

ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2554

การบีบอัดข้อมูลในเครือข่ายตรวจรู้ไร้สายสำหรับประยุกต์ใช้งาน ด้านเกษตรกรรมด้วยเทคนิคทางปัญญาประดิษฐ์

ประโยชน์ คำสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2557

การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพดินในพื้นที่แปลงเพาะปลูกผักด้วยเครือข่ายเซนเซอร์ไร้สายสำหรับฟาร์มอัจฉริยะ

สายยัญ สายยศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558

ระบบรายงานสภาวะแวดล้อมในแปลงเกษตรกรรมด้วยเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายแบบแอนดรอยด์ต้นทุนต่ำ

ประโยชน์ ค่าสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2561

วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้ระบบควบคุมและรวบรวมข้อมูลระยะไกลผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อการผลิตทางการเกษตรในโรงเรือนเพาะปลูก

บุญธง วสุริย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2552

เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการเฝ้าตรวจเพื่อการเกษตร

วิภาวี อุสาหะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2555

ระบบเฝ้าดูและวินิจฉัยสภาวะของเครือข่ายตรวจวัดแบบไร้สาย

นายชัยพร ใจแก้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2551

Internet of things based wireless plant sensor for smart farming

พ.ศ. 2561

Wireless sensor network and internet of things (IoT) solution in agriculture

พ.ศ. 2560

การพัฒนาระบบควบคุมการส่องสว่างสำหรับการปลูกพืชด้วยเครือข่ายเซ็นเซอร์ ไร้สาย

จิตสราญ สีกู่กา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559