โครงการสร้างต้นแบบเครื่องย่อยขวดแก้ว โดยใช้พลังงานสะอาด สำหรับโรงพยาบาล เขตสุขภาพที่ ๗
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การสร้างเครื่องมือต้นแบบเชิงทดลอง บดย่อยขวดแก้วที่ใช้ในโรงพยาบาล ประเภทบรรจุยาที่ไม่อันตรายด้วยกระบวนทางกล ในการเตรียมมูลฝอยก่อนนำไปกำจัดด้วยเทคโนโลยีอื่นต่อไป และสร้างนวัตกรรมที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานทางเลือกในโรงพยาบาล โครงสร้างเครื่องทำจากเหล็กกล่องและเหล็กฉาก ชุดโม่บดทำจากเหล็กหล่อบด มี 2 ชุด ชุดที่ 1 โม่บดหยาบ ยาว 40 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 19 เซนติเมตร เพื่อแยกเศษแก้วจากเศษยางและเศษคอขวดอลูมิเนียม ชุดแยกเศษเป็นแบบเกรียวสั่นยาว 40 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ชุดที่ 2 โม่บดละเอียด ยาว 40 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 19 เซนติเมตร ขับเคลื่อนด้วยชุดเฟืองและสายพานลำเลียง ส่วนชุดลำเลียงขวดแก้วเป็นตะกร้าสแตนเลส ขนาดกว้าง 9 เซนติเมตร ยาว 7 เซนติเมตร ใช้พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) ด้วยแผงโซล่าเซลล์ชนิดโพลี ขนาด 35 โวลต์ 330 วัตต์ จำนวน 2 แผง เป็นไฟฟ้ากระแสตรงชาร์จเข้าสู่แบตเตอรี่ ขนาด 12 VDC 150 AH และแปลงเป็นประจุไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าในกระบวนการบดขวดให้กับชุดเครื่องกลต้นกำลัง และหลอดฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี ควบคุมระบบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ Digital PID Controller แผงโซล่าเซลล์ชนิดโพลีผลิตพลังงานไฟฟ้า ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ประมาณ 264 วัตต์ และที่อุณหภูมิ 27 องศา ประมาณ 290.4 วัตต์ พลังงานไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากการผลิตกระแสไฟฟ้าจะแปลงเป็นประจุไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ จ่ายกระแสไฟฟ้าในกระบวนการบดขวดให้กับชุดเครื่องกลต้นกำลังมอเตอร์ของทุกชุด โดยที่ชุดสายพานลำเลียงขวดเป็นตะกร้าสแตนเลสตักขวดแก้วติดกับสายพานลำเลียง ลำเลียงขวดแก้วผ่านชุดหลอดฆ่าเชื้อ ก่อนเข้าสู่ชุดโม่บดหยาบ ชุดกระบวนการแยกเศษและชุดโม่บดละเอียด การบดย่อยขวดแก้วประมาณ 130 กิโลกรัมต่อวันต่อ 5 ชั่วโมง ปรับตั้งรอบการทำงานไว้ที่ 465 รอบ โดยกำหนดการทำงานครั้งละ 100 รอบ เพื่อลดภาระการทำงานของคนและเครื่องย่อยขวด ซึ่งจะได้เศษแก้วจำนวน 105 กิโลกรัม อลูมิเนียม 5.2 กิโลกรัมและยางฝาขวด 20 กิโลกรัม ต่อการบดย่อยขวดแก้วประมาณ 130 กิโลกรัมต่อวัน มูลค่าการส่งเอกชนกำจัดต่อวันในราคาขยะมูลฝอยทิ้งรวม 15 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นค่าส่งกำจัดวันละ 1,950 บาท ต่อวัน ส่วนเครื่องย่อยขวดแก้ว มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าแรง 320 บาท ในด้านพลังงานไม่มี ทำให้มีรายได้ 1,630 บาท ต่อวัน ซึ่งจะคุ้มทุนที่ประมาณ 220 วัน