พัฒนาระบบเฝ้าระวังรถขนส่งสารเคมีอุตสาหกรรมที่ผ่านจุดผ่านแดนระหว่างประเทศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์ข้อมูลและบริบทพื้นที่ ในการเฝ้าระวังทางสุขภาพจากอุบัติเหตุรถขนส่งวัตถุอันตราย ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดหนองคาย และเพื่อจัดทำร่างการพัฒนากลไกการจัดการข้อมูลในการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนจากอุบัติเหตุรถขนส่งวัตถุอันตราย ทำการศึกษาระหว่าง มกราคม 2564 - ตุลาคม 2564 เก็บข้อมูลโดยการศึกษาจากเอกสาร บุคลากรในหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งวัตถุอันตรายในพื้นที่จังหวัดหนองคาย จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสำรวจข้อมูล แบบเช็คลิสต์ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิธีการคือเก็บรวบรวมข้อมูลโดยศึกษาและทบทวนเอกสาร สนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก และจัดเวทีคืนข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า วัตถุอันตรายที่ขนส่งผ่านจังหวัดหนองคายข้ามไปยังสาธารณรัฐประชาติปไตยประชาชนลาว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังงานน้ำมัน รองลงมาเป็นรถบรรทุกสินค้าด้านการก่อสร้างและส่วนประกอบ (ผงปูนซีเมนต์) ขณะที่ข้อมูลการจัดเก็บวัตถุอันตราย พบว่าสารเคมีที่มีปริมาณจัดเก็บมากที่สุด 5 อันดับแรกของจังหวัดหนองคาย ได้แก่ Ethanol LPG Paraffin Wax (NH4)2SO4 และ Ammonia Solution (Anhydrous or > 50%) ตามลำดับ จำนวนการเกิดอุบัติเหตุจากรถบรรทุกวัตถุอันตราย 5 ปี ย้อนหลัง (2559-2563) ในจังหวัดหนองคาย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (3 5 8 11 และ 15 ครั้งตามลำดับ) ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายและ/หรือสารเคมี มีหลายหน่วย เช่น สำนักงานขนส่งจังหวัด ด่านศุลกากรหนองคาย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด สำนักงานเทศบาลเมืองหนองคาย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด โรงพยาบาลหนองคาย และหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องพบว่ามี กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับที่สำคัญคือ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และ กฎหมายอื่นๆ เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 เป็นต้น ร่างแนวทางการพัฒนากลไกการจัดการข้อมูล พบว่า มีกลไกที่สำคัญคือ 1) ผู้รับผิดชอบงานที่อาจเป็นรูปคณะทำงานระดับจังหวัด และมีการบูรณาการแผนการดำเนินงาน/โครงการจากทุกหน่วยงานให้เป็นรูปธรรมรวมทั้งการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง 2) ระบบฐานข้อมูลที่จำเป็น เช่น ฐานข้อมูลประเภท จำนวนวัตถุอันตราย-สารเคมีในพื้นที่ ข้อมูลเครือข่ายและผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ ข้อมูลองค์ความรู้ด้านวัตถุอันตรายหรือสารเคมีอันตราย ฯลฯ 3) การพัฒนาการจัดการระบบเชื่อมฐานข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี ข้อเสนอแนะ ระดับจังหวัดควรมีการจัดตั้งคณะทำงานที่มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการประสานงาน บูรณาการแผนงาน/โครงการ ควรมีการพัฒนาศักยภาพและการเตรียมความพร้อมตอบโต้เหตุฉุกเฉินกรณีเกิดอุบัติเหตุรถขนส่งวัตถุอันตราย รวมทั้งควรมีการทดลองพัฒนารูปแบบและกลไกการดำเนินงานโดยนำรูปแบบที่ยกร่างเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วนำไปทดลองนำร่องในพื้นที่จริง และประเมินผลการดำเนินงานคำสำคัญ: การพัฒนากลไกการจัดการข้อมูล, อุบัติเหตุรถขนส่งวัตถุอันตราย, เขตเศรษฐกิจพิเศษ