การศึกษาประสิทธิภาพของอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์เพื่อการบำบัดสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษาประสิทธิภาพของอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์การบำบัดน้ำสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ เตรียมโดยการใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์ 40% ให้ได้ความเข้มข้นที่ต้องการ คือ 100 ppm จาก Stock Standard 1,000 ppm การศึกษาประสิทธิภาพของอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์การกำจัดสารฟอร์มาดีไฮด์ การศึกษาดำเนินการโดยเติมอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ที่ความเข้มข้นต่างๆ (500, 1,000 และ 2,000 ppm) ทิ้งไว้ในระยะเวลาที่ต้องการ 30, 60 และ 90 นาที หลังจากนั้นวัดปริมาณสารฟอร์มาดีไฮด์ที่เหลือ โดยใช้วิธีทาง Spectrophotometry วัตถุประสงค์ในการวิจัยในครั้งนี้ เพื่อศึกษาปริมาณที่เหมาะสม (Optimum dosages) ในการทำกำจัด เพื่อกำหนดอัตราการย่อยสลาย (Degradation rate or Removal efficiency) และ อัตราการการกำจัดเคลื่อนที่ (Kinetic Removal Rate) โดยทดลองในสภาวะที่ไม่มี และมีแสงแดด โดยภาวะไร้แสงจะทำการห่อหุ้มภาชนะด้วยกระดาษฟอยล์ ผลการศึกษาในสภาวะไม่มีแสงแดด พบว่า ประสิทธิภาพของอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในการกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ค่อยข้างต่ำ ได้แก่ 7.76, 8.58 และ 9.29 ตามลำดับ (500, 1,000 และ 2,000 ppm) ในขณะที่การทดลองโดยใช้แสงแดดเป็นตัว Photocatalyst ผลของ Removal efficiency ได้เพิ่มขึ้นเป็น 15.12, 17.92 และ 19.04 ตามลำดับ จากผลการศึกษา Optimum time ในสภาวะที่มีแสงแดด โดยมี Removal efficiency สูงสุดที่ระยะเวลา 90 นาที ที่ 18.77 % ซึ่งอาจถือได้ว่าไม่สูงมาก และใกล้เคียงกับผลของระยะเวลา 60 นาที (17.92 %) ถ้าจะเพิ่ม Removal efficiency อาจต้องเพิ่มระยะเวลาในการทำปฏิกิริยานานกว่า 90 นาที ซึ่งอาจจะนานเกินไป จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่าการใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในการกำจัดกับสารฟอร์มาดีไฮด์ อาจมีประสิทธิภาพไม่สูงมาก ถึงแม้จะใช้แสงแดดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Photocatalyst)