การสังเคราะห์สารประกอบหลายหน้าที่ของ ZnO-CuO ระดับนาโนด้วยวิธีตกตะกอนร่วม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการสังเคราะห์สารประกอบหลายหน้าที่ของ ZnO-CuO ระดับนาโนด้วยวิธีตกตะกอนร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้หลากหลายหน้าที่ของซิงค์ออกไซด์และคอปเปอร์ออกไซด์ให้มากขึ้น โดยใช้ CuCl2?H2O และ ZnCl2 เป็นสารตั้งต้น โดยใช้อัตราส่วนของ Zn:Cu ในปริมาณต่าง ๆ และทำการเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งทำการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างด้วยเทคนิคการเลี้ยวเบนของรังสีเอ็กซ์และทำการวิเคราะห์รูปร่าง ลักษณะพื้นผิวผลึกของสารด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด โดยพบว่าโครงสร้างและรูปร่างของสารประกอบเปลี่ยนไปตามอัตราส่วนของ Zn:Cu ที่เปลี่ยนไปและนำสารประกอบที่เตรียมได้ในปริมาณอัตราส่วนต่างๆ มาทำการประยุกต์ใช้งาน โดยขั้นแรก ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงในการย่อยสลายสีย้อม (Rhodamine B ; RhB) โดยวิธีทางแสงเปรียบเทียบระหว่างแสงในย่านยูวีและแสงในย่านตามองเห็น พบว่าในแสงย่านยูวีซิงค์ออกไซด์ที่บริสุทธิ์ มีอัตราการย่อยสลายดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่มีการเจือด้วยคอปเปอร์เข้าไป และในส่วนของผลการทดสอบในย่านตามองเห็น พบว่าที่ปริมาณอัตราส่วน Zn:Cu เป็น 99:1 แสดงให้เห็นถึงการย่อยสลายสีย้อมได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับปริมาณอัตราส่วนอื่นๆ จากนั้นนำสารประกอบที่เตรียมได้ไปทดสอบเป็นการประยุกต์ใช้งาน ด้านเซลพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสง พบว่าที่ปริมาณอัตราส่วน Zn:Cu เป็น 99:1 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสงได้ดีขึ้นและสำหรับการประยุกต์ใช้งานในส่วนสุดท้ายคือ การนำสารประกอบที่เตรียมได้ไปใช้ในการยับยั้งเชื้อราชนิด Trichoderma spp. ซึ่งจากผลการทดลองพบว่า ที่อัตราส่วน Zn:Cu เป็น 7:3 คือปริมาณอัตราส่วนที่ดีที่สุดที่ให้ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อราได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับ ZnO หรือ CuO เท่านั้น