การประมงเบ็ดราวปลาทูน่าในมหาสมุทรอินเดียโดยเรือประมงต่างชาติที่ขึ้นท่าจังหวัดภูเก็ตของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาการทำประมงเบ็ดราวปลาทูน่าในมหาสมุทรอินเดีย โดยรวบรวมข้อมูลจากเรือประมงต่างชาติที่ นำสัตว์น้ำมาขนถ่าย ณ ท่าเทียบเรือในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2554 ได้แก่ เรือไต้หวัน เบลีซ มาเลเซีย อินเดีย และอินโดนีเซีย เรือมีขนาดความยาว 19-40 เมตร บรรจุปลาได้ 20-60 ตัน โครงสร้างเรือ เป็นไม้หรือไม้หุ้มด้วยไฟเบอร์กลาสใช้เบ็ด 1,300-1,500 ตัว/ลำใช้ทุ่นวิทยุในการระบุตำแหน่งของเบ็ดราว ใช้กว้านไฮดรอลิกทุ่นแรงในการกู้เบ็ด ใช้เหยื่อปลาทูแขกแช่แข็ง และปลานวลจันทร์ทะเลมีชีวิต มีลูกเรือ 8-11 คน/ลำ ทำการประมงบริเวณเส้นรุ้งที่ 2? ใต้ถึง 12? เหนือ และ เส้นแวงที่ 77? ถึง 95? 40? ตะวันออก มีการทำประมงมาก ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ปริมาณผลจับสัตว์น้ำทั้งหมด 5,543,244 กิโลกรัม ประกอบด้วย ปลาทูน่า 4,318,743 กิโลกรัม ปลากระโทงแทง 92,351 กิโลกรัม และปลาชนิดอื่นๆ 1,132,150 กิโลกรัม กลุ่มปลาทูน่า ประกอบด้วย ปลาทูน่าครีบเหลือง (Thunnus albacares) ปลาทูน่าตาโต (T. obesus) ร้อยละ 68.77 และ 9.14 ของสัตว์น้ำที่จับได้ทั้งหมด และปลาทูน่าครีบยาว (T. alalunga) จับได้น้อยกว่าร้อยละ 0.01 กลุ่มปลากระโทงแทง ประกอบด้วย ปลากระโทงแทงสีน้ำเงิน (Makaira mazara) ปลากระโทงแทงดำ (M. indica) ปลากระโทงแทงดาบ (Xiphias gladius) และปลากระโทงแทงลาย (Tetrapturus audax) ร้อยละ 0.57 0.45 0.44 และ 0.21 ตามลำดับ มีผลจับปลาอื่นๆ ร้อยละ 20.42 ประกอบด้วย ปลาฉลาม ปลาอินทรี ปลาขี้มัน (Ruvettus pretiosus) และ ปลากระโทงแทงร่ม (Istiophorus platypterus) ปลาที่นำมาขนถ่ายเป็นปลาที่ตัดแต่ง และเอาอวัยวะภายในออกแล้ว ปลาทูน่าครีบเหลืองมีน้ำหนักตัวอยู่ในช่วง 6-100 กิโลกรัม น้ำหนักเฉลี่ย 38.47?14.01 กิโลกรัม กลุ่มปลาที่ถูกจับได้มากสุด มีขนาดน้ำหนักตัว 30 กิโลกรัม ปลาทูน่าตาโตมีน้ำหนักตัว อยู่ในช่วง 9-118 กิโลกรัม น้ำหนักเฉลี่ย 38.46?17.78 กิโลกรัม กลุ่มปลาที่ถูกจับได้มากสุด มีขนาดน้ำหนักตัว 25 และ 27 กิโลกรัม ปลาทูน่าครีบยาว มีน้ำหนักตัวอยู่ในช่วง 8-39 กิโลกรัม น้ำหนักเฉลี่ย 14.25?3.09 กิโลกรัม กลุ่มปลาที่ถูกจับได้มากสุด มีขนาดน้ำหนักตัว 12 และ 13 กิโลกรัม มีการทำประมงทั้งสิ้น 375 เที่ยวเรือ ทำประมงเฉลี่ย 12.6 วัน/เที่ยวเรือ มีการวางเบ็ดเฉลี่ย 1,385 ตัว/วัน อัตราการจับสัตว์น้ำทั้งหมดเฉลี่ย เท่ากับ 14,781.98 กิโลกรัม/เที่ยวเรือ อัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ย 847 กิโลกรัม/เบ็ด 1,000 ตัว อัตราการจับกลุ่มปลาทูน่า 660 กิโลกรัม/เบ็ด 1,000 ตัว กลุ่มปลากระโทงแทง 14 กิโลกรัม/เบ็ด 1,000 ตัว และกลุ่มปลาอื่นๆ 173 กิโลกรัม/ เบ็ด 1,000 ตัว ตามลำดับ ผลจับสัตว์น้ำทั้งหมดมีมูลค่า 766,788,686 บาท เป็นค่าตอบแทนเท่ากับ 2,044,770 บาท/เที่ยวเรือ การใช้เหยื่อต่างกันส่งผลให้ต้นทุนผันแปรต่างกัน เมื่อใช้เหยื่อปลานวลจันทร์ทะเลมีชีวิต และ ปลาทูแขกแช่แข็ง จะมีต้นทุนผันแปรรวม เท่ากับ 1,008,075 และ 970,575บาท/เที่ยวเรือ และกำไรเหนือ ต้นทุนผันแปร เท่ากับ 1,036,695 และ 1,100,695 บาท/เที่ยวเรือ หรือคิดเป็นร้อยละ 50.70 และ 53.83 ของ ต้นทุนผันแปรต่อเที่ยว ตามลำดับ