การพัฒนาปุ๋ยนาโนซิลิคอนจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อเป็นสารเสริมการเติบโตของมันสำปะหลัง ในพื้นที่เขตเกษตรกรรมมันสำปะหลัง ตำบลห้วยบง จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาปุ๋ยนาโนซิลิคอนจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อเป็นสารเสริมการเติบโตของมันสำปะหลัง ในพื้นที่เขตเกษตรกรรมมันสำปะหลัง ตำบลห้วยบง จังหวัดนครราชสีมา โดยนำวัสดุจากเหลือใช้ทางการเกษตรที่พบมากในชุมชน ได้แก่ เหง้ามันสำปะหลัง ซังข้าวโพด และฟางข้าว มาผลิตปุ๋ยนาโนซิลิคอน จากการศึกษาพบว่า ฟางข้าวมี % น้ำหนักเถ้าและปริมาณธาตุซิลิคอนไดออกไซด์สูงสุด โดยมี% น้ำหนักเถ้า 18.07 % และมีปริมาณธาตุซิลิคอนไดออกไซด์ 8.18?0.31% นอกจากนี้ ผลการศึกษาโครงสร้างจุลภาคด้วยเทคนิค TEM พบว่า อนุภาคนาโนซิลิคอนค่อนข้างจับกลุ่มกันหนาแน่นและมีการกระจายตัวของขนาดรูพรุนที่สม่ำเสมอ ดังนั้น ฟางข้าวจึงมีความเหมาะสมที่สุดที่จะนำมาพัฒนาเป็นปุ๋ยนาโนซิลิคอน เพื่อเสริมการเติบโตของมันสำปะหลัง เมื่อนำปุ๋ยนาโนซิลิคอนไปทดสอบในแปลงมันสำปะหลังของเกษตรกรอาสา โดยการวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (Completely Randomized Design: CRD) จำนวน 4 ซํ้า และจำนวน 3 ตำรับการทดลอง คือ ตำรับที่ 1 ใส่ปุ๋ยนาโนซิลิคอนอัตรา 50 กิโลกรัม ในแปลงมันสำปะหลัง (T1) ตำรับที่ 2 ใส่ปุ๋ย N P K อัตรา 50 กิโลกรัม ในแปลงมันสำปะหลัง (T2) และตำรับที่ 3 ตำรับควบคุม (control) ไม่ใส่ปุ๋ยนาโนซิลิคอนในแปลงมันสำปะหลัง (T3) จากการทดลอง พบว่า ตำรับที่ 2 ใส่ปุ๋ย N P K อัตรา 50 กิโลกรัม ในแปลงมันสำปะหลัง (T2) ให้ผลผลิตและการเจริญเติบโตของมันสำปะหลังสูงสุด รองลงมาคือตำรับที่ 1 ใส่ปุ๋ยนาโนซิลิคอนอัตรา 50 กิโลกรัม ในแปลงมันสำปะหลัง (T1) อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันสำปะหลัง พบว่า ตำรับที่ 1 ใส่ปุ๋ยนาโนซิลิคอนอัตรา 50 กิโลกรัม ในแปลงมันสำปะหลัง (T1) ให้เปอร์เซ็นต์แป้งสูงสุด รวมไปถึงการเติบโตด้านความสูงที่ ระยะ 6, 8 และ 10 เดือนหลังปลูก