Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้แคลเซียมคาร์บอเนตจากวัสดุเหลือทิ้งเพื่อเป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตเซรามิกขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

นราธิป วิทยากร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการเตรียมแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ที่พบตามธรรมชาติซึ่งเป็น ขยะเหลือทิ้ง โดยส่วนใหญ่จำนำมาทำเป็นปุ๋ยหรืออารหารสัตว์ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้แก่ขยะเหลือทิ้ง เหล่านี้ได้น้อย จากการศึกษาพบว่าเปลือกไข่จะมีปริมาณของแคลเซียมคาร์บอเนตมากถึง 96 % ใน งานวิจัยนี้จึงสนใจที่จะนำแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกไข่มาประยุกต์ใช้เป็นสารตั้งต้นในการ เตรียมอิเล็กโทรเซรามิก ซึ่งจากงานวิจัยที่ได้ศึกษาย้อนไปพบว่ามีสารประกอบที่มีแคลเซียมเป็น องค์ประกอบหลักอยู่ที่น่าสนใจอยู่ 6 ระบบ ได้แก่ CaNb2O6 Ca4Nb2O9 CaZrO3 CaWO4 CaCu3Ti4O12 และ Ca3Co4O9 โดยนำแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกไข่มาใช้เป็นสารตั้งต้นในการ สังเคราะห์โดยวิธีปฏิกิริยาสถานะของแข็ง (Solid state reaction) จากนั้นศึกษาพฤติกรรมทางความ ร้อนของสารผสมระหว่างสารตั้งต้นโดยเทคนิคเทอร์โมกราวิเมทริกอะนาไลซิส (Thermogravimetric Analysis; TGA) พบว่า CaWO4 มีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเผาแคลไซน์อยู่ที่ 600 องศาเซลเซียส Ca4Nb2O9 และ CaCu3Ti4O12 มีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเผาแคลไซน์อยู่ที่ 800 องศาเซลเซียส CaNb2O6 CaZrO3 และ Ca3Co4O9 มีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเผาแคลไซน์อยู่ที่ 900 องศา เซลเซียส จากนั้นนำผงผลึกที่ผ่านการเผาแคลไซน์มาศึกษาการเกิดเฟสและโครงสร้างด้วยเทคนิคการ เลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ (X-Ray Diffraction; XRD) พบว่าสารทั้ง 6 ระบบมีตำแหน่งพีคที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับฐานข้อมูลมาตรฐาน JCPDS ผลจากเทคนิครามานสเปกโตรสโกปี (Raman spectroscopy; Raman) และฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโคปี (Fourier transform infrared spectroscopy; FTIR) พบว่าพีกที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับโหมดการสั่นของพันธะของสารในแต่ ละระบบอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังศึกษาโครงสร้างจุลภาคด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่อง กราด (scanning electron microscope; SEM) พบว่าอนุภาคที่ได้ของทั้ง 6 ระบบมีลักษณะหลาย เหลี่ยมและขนาดอนุภาคเฉลี่ยขึ้นกับอุณหภูมิในการเผาแคลไซน์ และตรวจสอบสมบัติไดอิเล็กทริก ของสารที่เตรียมได้ พบว่าเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเซรามิกมีค่าคงที่ไดอิเล็กทริกและค่าการสูญเสียไดอิเล็กท ริกที่คงที่และมีค่าใกล้เคียงกันในทุกความถี่ที่ทำการวัด คำสำคัญ: อิเล็กโทรนิกเซรามิก แคลเซียมคาร์บอเนต ไดอิเล็กทริก

คำสำคัญ

แคลเซียมคาร์บอเนตไดอิเล็กทริกอิเล็กทรอนิกเซรามิก

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้ประโยชน์ของกากแคลเซียมคาร์ไบด์ในเถ้าก้นเตาจีโอพอลิเมอร์ : การศึกษาสมบัติทางกายภาพ องค์ประกอบทางแร่ และโครงสร้างทางโมเลกุล

ธนากร ภูเงินขำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2560

ศักยภาพของแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่เป็นสารตัวเติมชีวภาพในยางคอมโพสิต

สราวุธ ประเสริฐศรี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

พัฒนาวัสดุคอมโพสิทเถ้าทิ้งจากการผลิตในอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเป็นวัสดุก่อสร้าง

นิโรจน์ เงินพรหม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2557

การผลิตแคลเซียมออกไซด์จากของเสียโรงฟักไข่แบบต่อเนื่องด้วยเตาเผาแบบหมุน

อภิพงษ์ พุฒคำ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2565

การใช้ประโยชน์จากเถ้าลอยและกากแคลเซียมคาร์ไบด์สำหรับงานวัสดุก่อสร้าง

สกลวรรณ ห่านจิตสุวรรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2560

การสังเคราะห์สารประกอบแคลเซียมฟอสเฟตเซรามิกจากเปลือกไข่สำหรับการประยุกต์ใช้ทางทันตกรรม

ศักดิพล เทียนเสม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

การเตรียมแคลเซียมคาร์บอเนตตกตะกอนจากผงเปลือกไข่เพื่อใช้เป็นสารตัวเติมในวัสดุพอลิเมอร์

วิมลลักษณ์ สุตะพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2559

การเตรียมนาโนแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแครงเพื่อใช้เป็นสารตัวเติมในยางธรรมชาติ

เอกวิทย์ เพียรอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2561

Kesan Getah Asli Terepoksida Terhadap Sebatian Getah Asli Terisi Kalsium Karbonat

พ.ศ. 2561

จลนพลศาสตร์และไอโซเทอมการดูดซับของแคลเซียมไอออนด้วยถ่านจากเปลือกแมคคาเดเมียที่ผ่านการปรับปรุงพื้นผิวทางเคมี

นภารัตน์ จิวาลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2558