การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วมในเขตชุมชนเมือง เทศบาลเมืองอรัญญิก จังหวัดพิษณุโลก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วมในเขตชุมชนเมือง เทศบาลเมืองอรัญญิก จังหวัดพิษณุโลก มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตชุมชนเมือง จังหวัดพิษณุโลก 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตชุมชนเมือง จังหวัดพิษณุโลก และ 3) เพื่อศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วมในเขตชุมชนเมือง จังหวัดพิษณุโลก การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methodology Research) ใช้เทคนิควิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งเป็นการวิจัยแบบตัดขวาง (Cross sectional research) โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaires) มีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุอายุตั้งแต่ 60 ปีเป็นต้นไป จำนวน 42VBZg7s5wKB13LgT3uaTqWs4hEvhup1TJUhwNBP6YWkKEH7Edq4CicdrJnWTSwCPWHtHYcC2SRCXNQFCDpzmTMzPfim9G8Participatory Action Research) ในการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) สัมภาษณ์ข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง (Stake holders) ประกอบด้วย ผู้บริหารของเทศบาลเมืองอรัญญิก เช่น นายกเทศมนตรี ผู้อำนวยการกอง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ และตัวแทนผู้สูงอายุในเทศบาลอรัญญิก จำนวน 10 คน ผลการวิจัย พบว่า 1. ระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตชุมชนเมือง มีระดับคุณภาพชีวิตในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x? = 4.00) โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม ด้านสภาพแวดล้อม ด้านจิตใจ และด้านร่างกาย ตามลำดับ 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรอิสระ ได้แก่ ปัจจัยด้านชุมชนของผู้สูงอายุ ระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมกิจกรรมในชุมชน การดำรงตำแหน่งในชุมชน สภาพแวดล้อมในชุมชน และการได้รับข้อมูลข่าวสาร มีความสัมพันธ์กันในระดับสูง มีค่าพิสัยเฉลี่ยระหว่าง 0.590 (p<0.5 ) ถึง 0.683 (p<0.5) โดยคู่ที่มีความสัมพันธ์ 3 อันดับแรก ได้แก่การได้รับข้อมูลข่าวสารกับการเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนเป็นคู่ที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มากที่สุด (r = .607, p<0.5) รองลงมาได้แก่ การเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนกับการดำรงตำแหน่งในชุมชน (r = .671, p<0.5) และ การได้รับข้อมูลข่าวสารกับการดำรงตำแหน่งในชุมชน (r = .623, p<0.5) นอกจากนั้นยังสามารถอธิบายการแปรผันของระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในภาพรวมได้ร้อยละ 82.2 โดยปัจจัยที่มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในภาพรวมมากที่สุด คือ การดำรงตำแหน่งในชุมชน รองลงมา คือ การได้รับข้อมูลข่าวสาร สิ่งแวดล้อมในชุมชน และการเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน ดังนั้น ถ้ามีการพัฒนาปัจจัยทั้ง 4 ดังกล่าวจะทำให้ผู้สูงอายุในเขตชุมชนเมืองพิษณุโลก มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น 3. ผู้สูงอายุมีความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดังนี้ กิจกรรมด้านสุขภาพ กิจกรรมด้านการจิตใจ กิจกรรมด้านสังคม กิจกรรมด้านเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นการสร้างการยอมรับของผู้สูงอายุ เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การสาธารณสุข สถานศึกษา หน่วยงานภาคเอกชน รวมทั้งต้องมีการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวของผู้สูงอายุจึงจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้สูงอายุอย่างแท้จริง