การพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง(IoT) สู่การเกษตรยุคใหม่อย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำไย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) สู่การเกษตรยุคใหม่อย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำไยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพและความต้องการของเกษตรกรในชุมชนนำไปสู่แนวทางในการพัฒนาระบบต้นแบบนวัตกรรมใหม่ 2) เพื่อพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ที่เหมาะสมของชุมชนต้นแบบ 3)เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้ต้นแบบนวัตกรรมทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) นำไปประยุกต์กับงานเกษตรที่เหมาะสมของตนเองและชุมชนให้มีความยั่งยืน ผู้วิจัยได้ดำเนินการสำรวจความต้องการในการอบรมจากผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่ จำนวน 11 ราย พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 30-60 ปี มีอาชีพเกษตรกรแปลงใหญ่ การทำเกษตรลำไย ร้อยละ 81.8 ทำเกษตรลำไย ร้อยละ 18.1 ไม่ทำเกษตรลำไย ผู้วิจัยได้สำรวจเกษตรกรจากผู้เข้าอบรม พบว่าเกษตรกรจะมีปัญหาอยู่ 4 ด้าน ได้แก่ 1.)ปัญหาด้านการเพาะปลูก อากาศแปรปรวน เรื่องดิน ต้นทุนสูง การใส่ปุ๋ยที่ถูกวิธี ภัยแล้ง ต้นทุนการผลิตสูง มีน้ำ แต่ค่าไฟในการใช้น้ำแพง น้ำไม่เพียงพอ ภัยแล้ง ต้นไม้เฉาตาย ปัญหาเรื่องดินมี 2.)ปัญหาด้านผลผลิตลำไย ลำไยในฤดู ลำไยล้นตลาด ถ้าจะผลิตแบบอินทรีย์จะจัดการได้ยาก ลำไยไม่ออกผลผลิตตามต้องการ โรค เชื้อรา หนอนเจาะขั้วลำไย ราคาผลผลิตขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลาง 3.) ปัญหาด้านการตลาด พ่อค้าคนกลาง กดขี่เรื่องราคา การเสริมของภาครัฐ ไม่สามารถกำหนดราคาได้ ราคาผลผลิต ช่องทางการตลาดยังไม่กว้างพอ การตลาดไม่ดีพอ 4.) ปัญหาอื่น ๆ คือ ขาดแคลนคนงานเก็บผลผลิต สารเคมีตกค้าง ปัญหาแรงงาน แรงงานขาดแคลน ในด้านความต้องการทำเกษตรลำไยแบบ Smart Farm พบว่า เกษตรกร ต้องการระบบเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำ และต้องการได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อที่จะพัฒนาเกษตรกรการพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง การทำงานของระบบวงจรควบคุมระบบเพาะปลูกพืชด้วยอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง มีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกัน 3 ส่วน ทำงานร่วมกันโดยมีระบบอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง ส่วนประกอบดังกล่าวได้แก่ 1. ผู้ใช้งานได้แก่เกษตรกร ที่ติดตั้งระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง สามารถใช้เครื่องมือในการสั่งการควบคุมการให้น้ำ และรับรายงานข้อมูลสถานะที่สวนลำไย เช่น สถานะการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ข้อมูลอุณหภูมิ-ความชื้นสัมพัทธ์ ณ.จุดวัด ความนำไฟฟ้าของสารแขวนลอยในน้ำ ปริมาณน้ำฝน ความเข้มแสง ความชื้นของดิน สภาวะไฟฟ้า สามารถเลือกโหมดแบบ Manual – Automatic โดยการส่งผ่านข้อมูลทางเว็บแอปพลิเคชัน ซึ่งใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อกับวงจรควบคุมที่ติดตั้งอยู่ในสวนลำใยที่อยู่ห่างออกไป ด้วยอินเทอร์เน็ตผ่านทาง GPRS Module 2. เว็บแอปพลิเคชันสร้างด้วยโปรแกรมสร้างเว็บ Visual Studio Code เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการแก้ไขโค้ด และเป็นโปรแกรมที่สามารถนำไปใช้งาน ศึกษาแก้ไขและเผยแพร่ได้ โดยรองรับการใช้งานบน Windows, macOS, Linux เว็บแอปพลิเคชันสร้างให้ทำหน้าที่ เชื่อมโยงผู้ใช้งานกับวงจรส่วนควบคุมที่ติดตั้งในสวนที่ไกลออกไป บันทึกข้อมูลทางการเกษตร ประมวลผล ส่งข้อมูลไปควบคุมวงจรส่วนควบคุม และสามารถนำออก (Export) ข้อมูลมาประมวลผลระดับสูงกับระบบอื่น ๆ ได้ในอนาคต และ 3. วงจรควบคุม เป็นแผงบรรจุวงจรควบคุม ติดตั้งไว้ที่สวนลำไยที่อยู่ห่างไกลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าถึง เช่น น้ำ ไฟฟ้า สัญญาณอินเทอร์เน็ต ระบบวงจรควบคุมประกอบด้วย ตู้บรรจุวงจรควบคุม (MDB : Main Distributer Board) ตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้า ภาคกำลัง โซลินอยด์วาล์วควบคุมการส่งน้ำท่อประธาน ท่อย่อย สายสัญญาณข้อมูลดิจิทัล และแอนาล็อก จากตัวตรวจวัดที่วางกระจายตามจุดต่าง ๆ เช่น สถานะไฟฟ้าเฟส สถานะสวิตช์ลูกลอย (FSW : Flood Switch), สถานะการทำงานของบูตมอเตอร์ (RUN), สถานะภาระเกินพิกัด (OVR), สถานะฝนตก (Rain), สถานะน้ำในท่อส่ง (WiP), อัตราการไหลของน้ำ (W-FlowRate), ความเข้มของแสงแดด (LUX), อุณหภูมิ-ความชื้นจุดที่ 1 (TempHum1), อุณหภูมิ-ความชื้นจุดที่ 1 (TempHum2), การนำไฟฟ้าของสารแขวนลอยในน้ำ (TDS) ผลดำเนินการประเมินความพึงพอใจในการอบรมเชิงปฏิบัติการ ทดสอบ ติดตั้ง การนำไปใช้งานของระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) สู่การเกษตรยุคใหม่อย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำไย จากผู้เข้าร่วมอบรม 20 คน พบว่า ค่าเฉลี่ยในภาพรวมของการอบรมเชิงปฏิบัติการของโครงการนี้ 4.03 จัดอยู่ในระดับความพึงพอใจในระดับมาก