กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาสังคมพืชป่าชายเลน พื้นที่หาดทุ่งคา ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ดำเนินการระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงเดือนสิงหาคม 2564 มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความหลากชนิด และองค์ประกอบสังคมพืชป่าชายเลน โดยวิธีการวางแปลงตัวอย่างชั่วคราว ขนาด 10 X 10 เมตร จำนวน 22 แปลง จาก 6 สถานี ขนานไปตามแนวชายหาด พบพรรณไม้จำนวน 14 วงศ์ 19 สกุล 22 ชนิด วงศ์ที่พบสมาชิกมากที่สุด ได้แก่ วงศ์โกงกาง (Rhizophoraceae) โดยพบถึง 4 ชนิด ความหนาแน่นของไม้ต้นมีค่า 109 ต้น/ไร่ ค่าดัชนีความหลากหลายของสถานี A2 มีค่าสูงที่สุด (1.93) รองลงมาคือสถานี A1 (1.686) ตามลำดับ ชนิดพรรณไม้เด่นที่สุดคือ สนทะเล (Casuarina equisetifolia L.) มีค่าดัชนีความสำคัญ 70.24 ในขณะที่หูกวาง (Terminalia catappa L.) มีค่าดัชนีความสำคัญต่ำที่สุด 2.33 ดัชนีความคล้ายคลึงตลอดแนวชายหาด มีค่า 55.56 เปอร์เซ็นต์ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าป่าชายเลนหาดทุ่งคามีสถานะค่อนข้างสมบูรณ์ โดยที่แสมขาว (Avicennia alba Blume) ลำแพนทะเล (Sonneratia alba Sm.) และสกุลโกงกาง (Rhizophora) เหมาะแก่การปลูกเสริมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ข้อมูลพรรณไม้ป่าชายเลนจากหาดทุ่งคา รวมทั้งพรรณไม้ท้องถิ่นในภาคตะวันออกบางชนิด ถูกนำไปจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่ในเว็ปไซด์ RSPS สถานีบูรพา และแพลตฟอร์มอื่น ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะดวก และเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
มีการนำองค์ความรู้ที่ได้จากการจัดทำฐานข้อมูลของทรัพยากร มาสร้างเนื้อหาหรือแนวคิดที่เกี่ยวข้องเพื่อการประยุกต์ใช้ข้อมูลหรือองค์ความรู้ที่มีให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และสืบสานปณิธานการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศชาติ และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรท้องถิ่นต่อไป
นักวิจัยภายในชุดโครงการวิจัยมีผลงานวิจัยที่สามารถตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในสาขาวิชาของตนเอง ซึ่งมีความจำเป็นต้องมีการวิจัยและพัฒนาต่อ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
เนื่องจากในขั้นตอนของการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ได้ มีการตรวจสอบ (ร่างต้นแบบ) โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา และประเมินความเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติการ รวมไปถึงการปรับปรุงและยก (ร่างต้นแบบ) หลักสูตรการเรียนรู้ฯ ร่วมกับกลุ่มตัวอย่าง การนำ (ต้นแบบ) ไปใช้ในสถานการณ์จริง และมีการติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์ (ต้นแบบ) หลักสูตรการเรียนรู้ ก่อนทำการเผยแพร่ผลการศึกษา
ภายในชุดโครงการวิจัยประกอบไปด้วยโครงการวิจัยย่อยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ด้านความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมภาคตะวันออก กับกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนและชุมชนในสังกัด อพ.สธ.