การพัฒนาต่อยอดเตียงพลิกตัวโดยใช้ระบบจอสัมผัสพร้อมการติดตั้งระบบแจ้งเตือนการเกิดแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยติดเตียง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เพื่อพัฒนาเตียงพลิกตัวระบบจอสัมผัสที่มีระบบแจ้งเตือนการเกิดแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยติดเตียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ที่บ้าน เตียงผู้ป่วยที่สามารถพลิกตัวโดยใช้ระบบจอสัมผัสพร้อมการติดตั้งระบบแจ้งเตือนการเกิดแผลกดทับในการศึกษาครั้งนี้มี ขนาดความกว้าง 90 เซนติเมตร ยาว 200 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร ที่สามารถจัดท่าตะแคงซ้ายและขวา โดยการใช้อุปกรณ์ควบคุมแบบจอสัมผัส ให้เตียงตะแคงทำมุมตั้งแต่ 0 ถึง 30 องศากับแนวระนาบ และสามารถปรับให้หัวเตียงสูงขึ้นโดยการใช้อุปกรณ์ควบคุมแบบจอสัมผัส ให้เตียงสูงทำมุมตั้งแต่ 0 ถึง 60 องศากับแนวระนาบและสามารถปรับเตียงเพื่องอข้อพับเข่าโดยการใช้อุปกรณ์ควบคุมแบบจอสัมผัส ให้ข้อพับเข่างอทำมุมตั้งแต่ 0 ถึง 45 องศา การออกแบบกลไกการทำงานของเตียง ในทางวิศวกรรม ที่มีการตรวจสอบประสิทธิผลโดยการคำนวณค่าความปลอดภัยและความแข็งแรง พบว่า เตียงนี้มีค่าถูกต้องตามมาตรฐาน และผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานการแพทย์ หลังจากนั้นมีการนำมาทดสอบกับกลุ่มผู้ป่วยผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ที่บ้าน จำนวน 70 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 35 ราย และกลุ่มควบคุม 35 ราย ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบประเมินอัตราการเกิดแผลกดทับและ แบบประเมินความพึงพอใจและความคิดเห็นของญาติผู้ป่วย กลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 70 ราย อายุระหว่าง 36-66 ปี เฉลี่ย 56.39 ปี (SD. = 6.59) ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 28 ราย (56.00 %) ผลการทดสอบพบว่า อัตราการเกิดแผลกดทับระหว่างกลุ่มที่ใช้เตียงพลิกตัวระบบจอสัมผัสที่มีระบบแจ้งเตือนการเกิดแผลกดทับและกลุ่มที่ใช้เตียงตามปกติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และญาติผู้ดูแลที่ได้ใช้งานเตียงพลิกตัวระบบจอสัมผัสที่มีระบบแจ้งเตือนการเกิดแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยติดเตียง 4 สัปดาห์ มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด จากผลการพัฒนาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพที่เป็นการใช้องค์ความรู้เชิงสหสาขาวิชาชีพช่วยทำให้สามารถสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่ช่วยลดภาระงานของญาติผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงในการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม