การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีอรรถประโยชน์ที่หลากหลาย โดยขณะใช้สมาร์ทโฟน ผู้ใช้มักใช้งานขณะที่คอและไหล่อยู่ท่าทางที่ไม่ถูกต้องตลอดระยะเวลาการใช้งาน ส่งผลทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและไหล่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องตระหนักและท้าทายในการป้องกันโดยการศึกษาถึงสาเหตุเชิงชีวกลศาสตร์ได้แก่ จลนศาสตร์ โมเมนต์โน้มถ่วง และการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการหาท่าทางของคอและไหล่ที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนในท่ายืน นอกจากนี้การศึกษานี้ยังได้พัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขนซึ่งถูกออกแบบตามหลักการทางชีวกลศาสตร์ โดยน้ำหนักของแขนถูกถ่ายแรงไปยังอุปกรณ์ ซึ่งส่งผลทำให้สามารถลดโมเมนต์โน้มถ่วงของรยางค์ส่วนบนและทำให้ลดการทำงานของกล้ามเนื้อคอและไหล่ได้ วัตถุประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขนร่วมกับการปรับท่าทางของคอและไหล่ต่อการทำงานของกล้ามเนื้อขณะใช้งานสมาร์ทโฟน รวมถึงการล้าของกล้ามเนื้อและความรู้สึกไม่สบายของคอและไหล่ดังนั้นการศึกษานี้จึงประกอบไปด้วย 3 การศึกษาย่อยคือ 1) ศึกษาผลของมุมก้มคอต่อโมเมนต์โน้มถ่วงและการทำงานของกล้ามเนื้อคอขณะใช้งานสมาร์ทโฟนในท่ายืน 2) ศึกษาผลของท่าทางของไหล่ต่อการทำงานของกล้ามเนื้อคอและไหล่และความรู้สึกไม่สบายขณะใช้งานสมาร์ทโฟน และ 3) ศึกษาผลของอุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขนในการลดการทำงานและความล้าของกล้ามเนื้อคอและไหล่ผลการศึกษาพบว่าเมื่อมุมก้มคอเพิ่มขึ้นทำให้โมเมนต์โน้มถ่วงของคอเพิ่มขึ้น การทำงานของกล้ามเนื้อ cervical erector spinae (CES) เพิ่มขึ้น ในขณะที่การทำงานของกล้ามเนื้อ upper trapezius (UT) ลดลง โมเมนต์โน้มถ่วงของคอที่น้อยที่สุดพบในมุมก้มคอ 0o องศา ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ CES และความรู้สึกไม่สบายบริเวณน้อยที่สุดในมุมนี้เช่นกัน ส่วนกล้ามเนื้อ anterior deltoid (AD) และกล้ามเนื้อ lower trapezius (LT) พบว่ามีการทำงานเพิ่มขึ้นเมื่อมุมงอไหล่เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับการทำงานของกล้ามเนื้อ CES และกล้ามเนื้อ UT มุมงอไหล่ที่มีการทำงานของกล้ามเนื้อที่ยอมรับได้มากที่สุดคือ 30o องศา ซึ่งในมุมนี้ยังพบว่ามีความไม่สบายของคอและไหล่น้อยที่สุด การใช้อุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขนพบว่าลดการทำงานของกล้ามเนื้อทุกมัดกล้ามเนื้อ ในกลุ่มควบคุมพบว่าการล้าของกล้ามเนื้อทุกมัดมีความล้าเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาการทดสอบ ยกเว้นกล้ามเนื้อ LT ในขณะที่กลุ่มที่ใช้อุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขนไม่พบความแตกต่างความล้าของกล้ามเนื้อในแต่ช่วงเวลาของการทดสอบดังนั้นจากผลการศึกษาทั้ง 3 การศึกษาจึงแนะนำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรใช้งานในท่าทางที่คอตั้งตรง 0o องศา เพื่อลดโมเมนต์โน้มถ่วงของคอที่กระทำต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความไม่สบายบริเวณคอได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรถืออุปกรณ์สมาร์ทโฟนอยู่ในท่างอไหล่ประมาณ 30o องศาร่วมกับการปรับมุมคอท่าตั้งตรงร่วมด้วย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและไหล่ อุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขนสามารถใช้เป็นคำแนะนำทางการยศาสตร์เพื่อลดการทำงานและการล้าของกล้ามเนื้อคอและไหล่ขณะใช้งานสมาร์ทโฟนได้