การกำจัดพาราควอทด้วยกระบวนการเฟนตันโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์บนตัวรองรับจากเปลือกหอยเชอรี่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการกำจัดพาราควอตด้วยปฏิกิริยาเฟนตันวิวิธพันธุ์บนตัวรองรับเปลือกหอยเชอรี่ ซึ่งสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาเหล็กบนเถ้าเปลือกหอยเชอรี่ที่ผ่านการเผา ณ อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ด้วยวิธีการเอิบชุ่ม วิเคราะห์สมบัติของตัวเร่งปฏิกิริยาเหล็กบนเถ้าเปลือกหอยเชอรี่ที่ ด้วยเทคนิค FT – IR XRD และ SEM ศึกษาปริมาณเหล็กในตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยเทคนิคAAS ซึ่งทำการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการกำจัดพาราควอตจาก 6 ปัจจัย คือ ความเข้มข้นของเฟอรัสซัลเฟตเฮปตะไฮเดรต ความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ พีเอช ตัวเร่งปฏิกิริยา อุณหภูมิ และเวลาในการทดลอง ด้วยโปรแกรมออกแบบการทดลอง Plackett and Burman พบว่า มี 2 ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการกำจัดพาราควอต คือ ความเข้มข้นของเฟอรัสซัลเฟตเฮปตะไฮเดรต และอุณหภูมิ ที่ความเชื่อมั่น p? 95 จากนั้นศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการกำจัดพาราควอตโดยใช้โปรแกรมพื้นที่ผิวตอบสนองร่วมกับการออกแบบการทดลองแบบประสมกลาง (RSM – CCD) พบว่า สภาวะที่เหมาะสมในการกำจัดพาราวอตเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาตร 200 มิลลิลิตร คือ ความเข้มข้นเฟอรัสซัลเฟตเฮปตะ ไฮเดรตร้อยละ 0.19 โดยน้ำหนัก ความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ 5 มิลลิโมลาร์ พีเอช 2 ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา 0.1 กรัม เวลาในการทดลอง 45 นาที ที่อุณหภูมิ 29.08 องศาเซลเซียส มีประสิทธิภาพการกำจัดพาราควอต เท่ากับร้อยละ 91.28 และตัวเร่งปฏิกิริยาสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 15 ครั้ง มีประสิทธิภาพในการกำจัดพาราควอตในช่วงร้อยละ 89.09 – 91.73 เมื่อทำการวิเคราะห์ค่าซีโอดีของสารละลายตัวอย่างหลังจากทำการกำจัดพาราควอตพบว่า มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งสู่สิ่งแวดล้อม