กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้นำเสนอการวิเคราะห์ต้นทุน และผลตอบแทนจากการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ของเกษตรกรในต.ดงมูลเหล็ก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) ศึกษาวิธีการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ใน ต.ดงมูลเหล็ก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 2) ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ของเกษตรกร 3) ศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะในการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ของเกษตรกร วิธีการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามในการจัดเก็บข้อมูลจากเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จำนวน 30 ครัวเรือน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณค่าร้อยละ คำนวณหากำไร(ขาดทุน) และวิเคราะห์ทางการเงิน ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในเชิงพาณิชย์ โดยนำต้นพันธุ์มาปลูกในระยะ 4x5 เมตร ในช่วงแรกจะดูแลด้วยการรดน้ำ เช้า - เย็น เมื่อโตเต็มที่จึงให้ปุ๋ยบำรุงต้น ราดสารเร่งดอก แทงช่อ เมื่อเริ่มติดลูกขนาดเท่ากำปั้น จะนำถุงมาห่อ หลังจากนั้น 30-40 วันจึงจะเก็บมาจำหน่ายให้กับตัวแทน ซึ่งเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้ปีละ 2-3 ครั้ง ผลการวิเคราะห์ต้นทุน และผลตอบแทนจากการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ พบว่า ค่าใช้จ่ายในการลงทุนส่วนใหญ่ คือ ค่าถุงห่อมะม่วง และอุปกรณ์รดน้ำหรือค่าจัดตั้งระบบน้ำ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ได้แก่ ค่าสารเคมีและยาฆ่าแมลง เนื่องจากเกษตรกรต้องการให้มะม่วงออกนอกฤดู จึงจำเป็นต้องใช้สารดังกล่าวเป็นจำนวนมาก การจำหน่ายมะม่วงส่วนใหญ่จะส่งออกไปจำหน่ายประเทศจีน เวียดนาม และญี่ปุ่น เป็นต้น จึงทำให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนค่อนข้างสูง ผลการวิเคราะห์ทางการเงิน พบว่า การลงทุนปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เป็นบวก และ อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C ratio) มีค่ามากกว่า 1 แสดงให้เห็นว่า ทุกขนาดของพื้นที่ปลูกคุ้มค่ากับการลงทุน อีกทั้ง มีระยะเวลาคืนทุนภายใน 4 ปี สำหรับปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับสวนมะม่วง คือ เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ ง ที่มาทำลายมะม่วง ทำให้ผิวไม่สวย ราคาขายต่ำ เกษตรกรแก้ปัญหาโดยการตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง จึงสามารถช่วยลดปัญหาเพลี้ยที่จะมาทำลายมะม่วงได้