การพัฒนาระบบสารสนเทศด้านพืชสมุนไพรเพื่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบสารสนเทศด้านพืชสมุนไพรเพื่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยว โดยเริ่มต้นจะมีการสร้างข้อมูลมุนไพรโดยรายละเอียดจะจัดเก็บลงในเว็บไซด์ และจะมีการย่อข้อมูลของพืช สมุนไพรแต่ละชนิดออกมา และจัดทำข้อมูลสรุปย่อนี้ในรูปแบบของรหัสคิวอาร์ (QR code) ทำให้สามารถ บรรจุข้อมูลนี้ลงในพื้นที่จำนวนจำกัด การดำเนินการวิจัยประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ 1) เลือกสวน สมุนไพรดันแบบ อันได้แก่ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดระยอง 2) กำหนดพืชสมุนไพรจำนวน 100 ชนิด เพื่อที่จะนำมาสร้างข้อมูล และบันทึกลงในฐานข้อมูล ซึ่งในการวิจัย นี้ ได้จัดเก็บข้อมูลฐานข้อมูลและแสดงข้อมูลบนเว็บไซต์คุยเฮิร์บ (KUIHerb) ซึ่งมีหัวข้อที่สำคัญคือ ชื่อทั่วไป ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อท้องถิ่น ส่วนที่ใช้ วิธีใช้ สรรพคุณ ข้อควรระวัง ความเป็นพิษ และข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ รวมทั้งรูปภาพของพืชสมุนไพร 3) ทำการสรุปเนื้อพาข้อมูลดังกล่าว ให้เหลือชนิด ละประมาณ 400-500 คำ พร้อมทั้งลิงค์ที่จะเชื่อมโยงเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์คุยเฮร์บ 4) จัดทำรหัส คิวอาร์สำหรับข้อมูลที่สรุปแล้ว มีการเคลือบพลาสติกบนกระดาษที่พิมพ์รหัสติวอาร์ และนำไปติดไว้ที่ป้าย กำกับข้อมูลของพืชสมุนไพรในสวนสมุนไพร 5) จัดทำโปรแกรมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบแอนดรอยต์ซึ่ง มีผู้ใช้เป็นจำนวนมากและมีราคาหลากพลายให้เลือก และสามารถทำงานร่วมกับเครื่องแม่ข่ายที่เก็บข้อมูล สมุนไพร โดยโปรแกรมย่อยบนโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมี 3 ส่วน ส่วนแรก เพื่อที่จะให้สามารถอ่านรหัสดิวอาร์ ซึ่งจะมีข้อมูลมากกว่าในป้ายกำกับที่มีในสวนสมุนไพรทั่วไปไนระดับหนึ่ง และถ้าต้องการดูรายละเอียด สามารถคลิกไปที่ลิงค์เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ข้อมูลของพืชสมุนไพรชนิดนั้นในเว็บไซด์คุยเฮิร์บ ส่วนที่สอง เป็น ระบบสืบค้น ซึ่งสามารถที่จะป้อนชื่อสามัญไทย ชื่อท้องถิ่น ชื่อภาษาอังกฤษ และชื่อวิทยาศาสตร์ โดยการ ป้อนชื่อจะใช้หลักการของความเหมือนของดำ ซึ่งสามารถกำหนดค่าได้ ข้อดีของระบบสืบกับแบบนี้ก็คือ สามารถดันชื่อพืชสมุนไพรที่ต้องการได้ แม้ว่าจะมีการสะกดผิดบ้างเล็กน้อย หรือ ชื่อนั้นอาจมีการเขียนได้ หลายแบบ และส่วนที่สาม เป็นระบบพิสูจน์เอกลักษณ์ของพืชสมุนไพรในสวน ซึ่งได้ทำการเรียนรู้จาก ลักษณะใบของพ็ชสมุนไพรจำนวน 50 ชนิด 6) ทดสอบการใช้งานเบื้องตันของพืชสมุนไพรตัวอย่าง กับผู้ ที่มาเข้าชมสวนสมุนไพร พบว่ามีผู้สนใจจำนวนมาก และมีข้อเสนอแนะหลายประการ เช่น ควรจัดทำแผ่น รหัสติวอาร์ให้ทั่วทั้งสวน เพื่อให้มีการสืบค้นหาข้อมูลได้เต็มที่ ทางสวนสมุนไพร ควรปล่อยการเชื่อมต่อแบบ วายฟายให้ทั่วสวนสมุนไพร เป็นต้น สรุปได้ว่า การพัฒนาระบบสารสนเทศด้านพืชสมุนไพรและโปรแกรม บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีส่วนส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์และบุคคลทั่วไป สามารถประยุกต์ใช้กับการท่องเที่ยวด้านพืชสมุนไพรได้