การศึกษาผลของศักย์ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้นำเสนอการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นฉนวน จากผลของศักย์ไฟฟ้าใน ระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 1 MW ภายใต้สภาวะการใช้งนจริงในระยะเวลา 1 ปี โดยระบบ ดังกล่าวมีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์เทคโนโลยีชนิดผลีกผสมและมีความแตกต่างของระบบกราวด์ทั้ง 3 แบบคือ ระบu Negative ground ระบu Positive ground และระบบ Floating ground เพื่อทำการเปรียบเทียบการ เปลี่ยนแปลงของค่าความเป็นฉนวนเพื่อตรวจสอบกระแสรั่วในระดับสตริงรวมถึงการตรวจสอบตามมาตรฐาน IEC 61265 ในหัวข้อ Wet leakage current test ซึ่งจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 40 MQ.m ผลจากการทดลอง พบว่ระบบที่ทำให้ค่าความเป็นฉนวนทั้งในระดับ string และแผงเชลล์มีค่า Leakage current และ Wet leakage current มีค่ลดลงน้อยที่สุดคือระบu Negative ground นอกจากนั้นยังพบว่าทางด้านขั้วลบนั้นจะมี ค่าความเป็นฉนวนต่ำกว่าขั้วบวกของทั้ง 3 ระบบเนื่องจากทางด้านขั้วลบนั้นเป็นด้านรับแสง จึงเป็นสาเหตุที่ทำ ให้ค่าความเป็นฉนวนมีการลดลงที่มากกว่า จากการเปรียบเทียบผลการทดลองพบว่าระบU Floating ground มีการลดลงของความเป็นฉนวนมากที่สุด เกิดจากการที่ไม่มีการชดเชยประจุทางด้น Active layer รวมถึง ทางด้าน Back sheet ที่เกิดการสูญเสียประจุจากสนามไฟฟ้าขณะติดตั้งใช้งานจริง เนื่องจากแรงดันไฟฟ้าของ แต่ล่ะ Sting นั้นมีแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่สูงประมาณ 800 Volt จากการตรวจวัดพบว่าที่ขั้วบวกของสตริงมี ค่ากระแสรั่วอยู่ที่ 50.2, 53.9 และ 623 JA สำหรับขั้วลบของสตริงมีค่ากระแสรั่วอยู่ที่ 50.9, 54.7 และ 66.4 MA และเมื่อตรวจสอบ Wet leakage current test พบว่าค่าความเป็นฉนวนของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทางด้าน ขั้วบวกของแผงเชลล์มีคำเฉลี่ยที่ 175, 165 และ 141 MQ.m และทางด้านขั้วลบของแผงเชลล์มีค่าเฉลี่ยที่ 173, 163 และ 132 MQ.m ตามลำดับ ดังนั้นการใช้ระบU Negative ground จะสามารถลดการลดลงของ Insulation resistant ของแผงซลล์แสงอาทิตย์ในสภาวะการใช้งานในประเทศไทยได้