กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารผสมเพิ่ม ต่อการหดตัวและกำลังอัดของคอนกรีตสารผสมเพิ่มที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย สารลดน้ำและหน่วงการก่อตัว สารกักกระจายฟองอากาศ สารลดน้ำพิเศษ 3 ชนิด ได้แก่ Naphthalene Base, Melamine Base และ Polycarboxylic Base ควบคุมค่าการยุบตัวของคอนกรีตเท่ากับ 5?2.5 10#2.5และ 20?2.5 เซนติเมตร กำหนดอัตราส่วนปริมาตรเพสต์ต่อปริมาตรช่องว่างระหว่างมวลรวมที่อัดแน่น) สำหรับส่วนผสมคอนกรีตเท่ากับ 1.2 และ 1.4เพื่อใช้ศึกษาผลของปริมาณเพสต์ การแทนที่ปูซีเมนต์ด้วยเถ้าลอยแคลเซียมสูงและแคลเซียมต่ำเท่ากับ ร้อยละ 30 และ 50 ใช้อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน เท่ากับ 0.35 และ 0.55 จากผลการทดสอบพบว่า สารลดน้ำและหน่วงการก่อตัวทำให้การหดตัวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีกำลังอัดเพิ่มขึ้น สารกักกระจายฟองอากาศไม่มีผลต่อการหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทำให้กำลังอัดของคอนกรีตลดลง การใช้สารลดน้ำพิเศษชนิด Naphthalene Base ทำให้การหดตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณ Naphthalene Base ที่เพิ่มขึ้น Naphthalene Base มีผลต่อการหดตัวในคอนกรีตผสมเถ้าลอยมากกว่าปูนซีเมนต์ล้วน และมีผลต่อการหดตัวแบบออโตจีนัสมากกว่าการหดตัวโดยรวมของคอนกรีต การใช้ Melamine Base ทำให้การหดตัวแบบออโตจีนัสของคอนกรีตมีค่าเพิ่มขึ้นตามปริมาณ Melamine Base ที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่มีผลต่อการหดตัวโดยรวม ส่วนการใช้ Polycarboxyic Base พบว่าPolycarboxylic Base มีประสิทธิในการเพิ่มค่าการยุบตัวดีกว่า Naphthalene Base และ Melamine Base ในกรณีของคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ล้วนการหดตัวแบบออโตจีนัสของคอนกรีตเพิ่มขึ้นตามปริมาณPolycarbox lic Base ที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่มีผลต่อการหดตัวโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ สารลดน้ำพิเศษทั้งสามชนิดไม่มีผลต่อกำลังอัดอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อทดสอบในคอนกรีตที่มีค่าการยุบตัวใกล้เคียงกัน การใช้เถ้าลอยแคลเซียมสูงและแคลเซียมต่ำ ช่วยลดการหดตัวแบบออโตจีนัสและการหดตัวโดยรวมของคอนกรีตได้ โดยการหดตัวจะมีค่าลดลงตามปริมาณการแทนที่ปูนซีเมนต์ด้วยเถ้าลอยที่เพิ่มขึ้น