การศึกษาการผลิตแผ่นปาร์ติเคิลจากกากกาแฟคั่วบดร่วมกับกากใบชาเหลือทิ้งเพื่อลดปริมาณขยะจากร้านกาแฟสด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการผลิตแผ่นปาร์ติเคิล การทดสอบสมบัติทางกายภาพและสมบัติเชิงกลตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัดราบ (มอก. 876-2547) พร้อมทั้งหาสัดส่วนที่เหมาะสมของการผลิตแผ่นปาร์ติเคิลจากกากกาแฟคั่วบดร่วมกับกากใบชา โดยขึ้นรูปเป็นแผ่นปาร์ติเคิลชั้นเดียวและสามชั้น ทั้งหมด 5 สัดส่วน ที่มีค่าความหนาแน่นอยู่ในช่วง 400-900 kg/m3 ทำการอัดร้อนที่อุณหภูมิ 120 oC เป็นเวลา 5 นาที ด้วยแรงดัน 147 bar โดยใช้ตัวประสานเป็นกาวไอโซไซยาเนตในปริมาณ 7 % แผ่นปาร์ติเคิลที่ผลิตมีพื้นที่หน้าตัด 450?450 mm2 หนา 10 mm ผลการทดลอง พบว่า แผ่นปาร์ติเคิลทุกสัดส่วนสามารถขึ้นรูปได้ เมื่อทดสอบสมบัติทางกายภาพซึ่งได้แก่ ความหนาแน่น ความชื้น การดูดซึมน้ำ และการพองตัวตามความหนาของแผ่นปาร์ติเคิล พบว่า แผ่นปาร์ติเคิลทุกสัดส่วนมีสมบัติทางกายภาพผ่านเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด ส่วนผลการทดสอบสมบัติเชิงกล คือ ค่าความต้านทานแรงดัด ค่ามอดูลัสความยืดหยุ่นของแผ่นปาร์ติเคิล พบว่า ไม่มีสัดส่วนใดผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และมีเพียงแผ่นปาร์ติเคิลสัดส่วนที่ 4 และ 5 ที่มีค่าความยึดแน่นของผิวหน้า และค่าความต้านทานแรงดึงตั้งฉากกับผิวหน้าผ่านเกณฑ์ มอก. 876-2547 จากผลการศึกษาสัดส่วนการขึ้นรูปแผ่นปาร์ติเคิล พบว่า สัดส่วนที่ 4 เป็นสัดส่วน ที่เหมาะสมที่สุดเนื่องจากมีความแข็งแรงเป็นไปตามมาตรฐานโดยมีค่าความยึดแน่นของผิวหน้า และค่าความต้านทานแรงดึงตั้งฉากกับผิวหน้าผ่านตามที่มาตรฐานกำหนด ส่วนความต้านทานแรงดัดและมอดูลัสความยืดหยุ่นมีค่าใกล้เคียงมาตรฐานมากที่สุด อีกทั้งมีสมบัติทางกายภาพผ่านเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนดทุกคุณสมบัติ