กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้ศึกษาและพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติที่ใช้กระบวนการวัลคาไนซ์ด้วยการฉายรังสีแกมมาที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบดทีเรียชนิดเอสเอสเคอริเคียโคไล (Escherichia coli; E: col) และชนิดสแดฟิโลค็อกคัสออเรียส (Staphylococcus aureus; S; aureus) ด้วยการเติมสารตัวเติมไคโตซานที่ผ่านการปรับปรงน้ำหนักโมเลกุลด้วยการฉายรังสีแกมมาที่ปริมาณรังสีสะสม 10 20 30 40 50 60 และ 70 กิโลเกรย์ (KGy) โดยปรับเปลี่ยนปริมาณสารตัวเติมไคโตซานที่ 0 1 2 3 และ 4 ส่วนในน้ำหนักยางร้อยส่วน(phr) ใช้กระบวนการขึ้นรูปถุงมือยางธรรมชาติแบบจุ่ม (dipping process) และทดสอบสมบัติการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียด้วยเทคนิค Agar well difusion และสมบัติเชิงกลด้วยเครื่อง Universal Testing Machine ผลการศึกษาพบว่าน้ำหนักโมเลกุลของไคโตซานมีแนวโน้มลดลงเมื่อฉายรังสีแกมมาเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มเริ่มคงที่ในช่วง 30-70 กิโลเกรย์ ในขณะที่ความสามารถในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของชิ้นงานที่เดิมไคโดซานที่ผ่านการฉายรังสี มีคำเพิ่มขึ้นมากกว่าชิ้นงานที่เดิมไดโดซานที่ไม่ผ่านการฉายรังสีคณะผู้วิจัยจึงเลือกไคโดซานที่ผ่านการปรับปรงน้ำหนักโมเลกุลกุลที่ 30 และ 40 กิโลเกรย์ ในการขึ้นรูปถุงมือยางธรรมชาติ ซึ่งพบว่าถุงมือยางธรรมชาติที่มีการเดิมไคโตซานสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อแบดทีเรียได้โดยเฉพาะในบริเวณ?ชิ้นงานได้สัมผัสกับเชื้อแบดทีเรียโดยตรง นอกจากนี้ผลการทดสอบสมบัติเชิงกลของวัสดุ ยังแสดงให้เห็นว่า ค่ามอดุลัสแรงดึง ความต้านทานแรงดึง และค่าร้อยละการยึดตัว ณ จุดขาด มีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับชิ้นงานที่ไม่เติมไคโดซาน ดังนั้นผลการวิจัยโดยรวมจึงแสดงให้เห็นว่าถุงมือยางธรรมชาติที่เดิมไคโตซานที่ผ่านการปรับปรุงด้วยรังสีแกมมามีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและมีสมบัติเชิงกลโดยรวมของวัสดุที่ที่ดี