การพัฒนาวัสดุนำไฟฟ้าจากคอมพอสิตยางธรรมชาติ/ลิกนิน โดยเทคนิค การเหนี่ยวนำกราฟีนด้วยเลเซอร์สำหรับประยุกต์ใช้เป็นขั้วคาร์บอนอิเล็กโทรด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นที่พัฒนาวัสดุคอมพอสิตจากน้ำยางธรรมชาติ/ลึกนิน เพื่อใช้เป็นชับสเตรตและสารตั้งต้นในการเหนียวนำให้เกิดกราฟินบนพื้นผิวโดยเทคนิคการเหนียวน้ำด้วยเลเซอร์ (Laser-Induced Graphene, LIG) การดำเนินงานวิจัยได้ศึกษาลิกโนชัลโฟเนตปริมาณต่าง ๆ ในเมทริกข์ยางที่มีผลต่อการเหนี่ยวนำให้เกิด กราฟีนบนพื้นผิว รวมถึงศึกษาประสิทธิภาพการนำไฟฟ้าของคอมพอสิตยางธรรมชาติ/ลิกนิน ที่สูตรต่าง ๆ ก่อนและหลังการเหนี่ยวนำให้เกิดกราฟืนนพื้นผิว เนื่องจากโครงงานวิจัยนี้เป็นการพิสูจน์แนวคิดดังกล่าว ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า สามารถสังเคราะห์กราฟืนบนพื้นผิวของแผ่นฟิล์มคอมพอสิตยางธรรมชาติ/ลิกนิน โดยเทศนิคนิคนิคการเหนี่ยวนำให้เกิดกราฟืนด้วยเลเซอร์ (LIG) ได้ โดยที่แผ่นฟิล์มวัสดุคอมพอสิตยางธรรมชาติ/ลิกนิน ที่ความเข้มข้นลิกโนชัลโฟเนต 25, 50, 75 และ 100 phr ไม่เกิดการหลอมและเกิดผงสีน้ำตาลเข้ม-ดำขึ้นปกคลุมพื้นผิวบริเวณที่ถูกยิงด้วยเลเซอร์ อย่างไรก็ตาม แผ่นฟิล์มคอมพอสิตที่ความเข้มข้นลิกโนซัลโฟเนต 100 phr จะปรากฎผงสีดำเข้มปกคลมสม่ำเสมอมอนพื้นผิวมากที่สุด เนื่องจากมีปริมาณลิกโนซัลโฟเนตมากที่สุด ทำให้เกิดปฏิกิริยาคาร์บอไนเซขันบพื้นผิวของแผ่นฟิล์มได้มากที่สุด ในทางตรงกันข้าม พื้นผิวของแผ่นฟิล์มยางธรรมชาติที่ปราศจากลิกนินหลังถูกยิงด้วยเลเซอร์ พบว่า เกิดการหลอมและเสียสภาพ และผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิครามานสเปกโทรสโกปีที่สามารถยืนยันด้วยพีกที่บ่งบอกลักษณะของการเกิดกราฟืน พบว่าแผ่นฟิล์มคอมพอสิตที่ความเข้มข้นลิกโนซัลโฟเนต 75 และ 100 phr จะพบสัญญาณพี่กรามานสเปกตรัม 20 ได้ง่ายและมีความเข้มสูง ซึ่งแสดงถึงการเกิดกราฟืนบนพื้นผิวได้ดี อีกทั้งมีค่า อีกทั้งมีค่า ID/IG <I2D/I G มากที่สุด แสดงถึงความเป็นผลึกของกราฟืนที่สูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม กรณีแผ่นฟิล์มยางธรรมชาติ ที่ปราศจากลิกนิน ไม่พบสัญญาณพีก 2D เลย สามารถสรุปได้ว่าแผ่นฟิล์มคอมพอสิตยางธรรมชาติ/ลึกนิน ที่ความเข้มข้นลิกโนซัลโฟเนต 75 และ 100 phr สามารถใช้เป็นขับสเตรตหรือวัสดุรองรับสำหรับเทคนิค การเหนี่ยวนำให้เกิดกราฟืนด้วยเลเซอร์ นอกจากนี้ จำนวนรอบของการเหนี่ยวนำให้เกิดกราฟืนบนพื้นผิว ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญโดยพบว่าแผ่นฟิล์มคอมพอสิตที่มีความเข้มข้นลิกโนซัลโฟเนตทั้ง 75 และ 100 phr ไม่เสียสภาพและยังคงรูปอยู่ได้หลังผ่านการเหนี่ยวนำให้เกิดกราฟีนด้วยเลเซอร์จำนวน 3 รอบ โดยค่าความต้านทานลดลง 8–11 เท่า ซึ่งค่าความต้านทานที่ลดลงแสดงถึงความสามารถในการนำไฟฟ้าของวัสดุที่ดีขึ้น