การพัฒนาสารตัวเติมจากสะเก็ดสนิมที่เกิดจากการรีดรอนสำหรับอุตสาหกรรมยาง Development of filler from mill scale for rubber industry
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำสะเก็ดสนิมซึ่งเป็นขยะจากอุตสาหกรรมเหล็กมาใช้ประโยชน์สังเคราะห์เป็นแบเรียมเฮกซะเฟอร์ไรต์ (BaFe12O19) เพื่อใช้เป็นสารตัวเติมในยางธรรมชาติให้มีสมบัติทางแม่เหล็กเพิ่มขึ้น โดยในงานวิจัยนี้ทำการสังเคราะห์แบเรียมเฮกซะเฟอร์ไรต์จากสะเก็ดสนิม (Synthesized barium hexaferrite, S-BaF) ด้วยวิธีการทำปฏิกิริยาของแข็งก่อนนำไปใช้ใช้เป็นสารตัวเติมในยางธรรมชาติเปรียบเทียบกับแบเรียมเฮกซะเฟอร์ไรต์เกรดทางการค้า (Commercial barium hexaferrite , C-BaF) ที่อัตราส่วน 0 ถึง 60 phr จากผลการศึกษาพบว่าเงื่อนไขที่ดีที่สุดที่ใช้ใช้ในการสังเคราะห์ S-BaF คือใช้อุณหภูมิแคลไชน์ที่ 1,100%C นาน 3 ชั่วโมง ต่อด้วยการบดลดขนาดหลังแคลไซน์นาน 24 ชั่วโมง จะทำให้ได้ 5-BaF ที่มีขนาดอนุภาคเฉลี่ยใกล้เคียงกับ C-BaF จากนั้นเมื่อใช้เป็นสารตัวเติมในยางธรรมชาติพบว่าการเติมแบเรียมเฮกชะเฟอร์ไรต์ทั้งแบบ S-BaF และ C-BaF ในปริมาณเพิ่มขึ้นส่งผลทำให้เวลาในการวัลคาไนซ์ ค่าความต้านทานแรงดึงและการยึดตัว ณ จุดขาดมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ค่ามอดูลัสระยะยืดที่ 300% และความแข็งมีค่าเพิ่มขึ้น ในด้านสมบัติทางไดอิเล็กทริกและสมบัติทางแม่เหล็กพบว่าการเติม S-BaF และ C-BaF ในปริมาณเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มสมบัติไดอิเล็กทริกและสมบัติทางแม่เหล็กของยางธรรมชาติให้สูงขึ้นได้ แสดงให้เห็นว่าสามารถนำสะเก็ดสนิมมาใช้ประโยชน์โดยพัฒนาเป็นสารตัวเติมแบเรียมเฮกซะเฟอร์ไรต์ในยางธรรมชาติได้