โครงการมหาวิทยาลัยแม่ข่าย ด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ : มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยแม่ข่ายด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ : มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในปีงบประมาณ 2566 จึงมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งให้มหาวิทยาลัยแม่ข่ายสามารถดำเนินงานได้ต่อไปในอนาคต และขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของพื้นที่ของประเทศ กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทางศูนย์วิจัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและสารอันตราย จึงได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการดังกล่าวนี้ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการที่เข้าร่วมโครงการ 40 ห้อง จาก 8 ลูกข่าย แบ่งเป็นห้องธำรงรักษาความปลอดภัยห้องปฏิบัติการจำนวน 22 ห้อง และ ห้องใหม่จำนวน 18 ห้อง ทางศูนย์วิจัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและสารอันตรายได้เริ่มดำเนินการโดยการจัดอบรมมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการและการสำรวจสถานภาพความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการโดยใช้ ESPReL Checklist ให้แก่บุคลากรในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ รวม 2 ครั้ง จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมแบบออนไซต์ 209 คน จาก 12 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุดรธานี และ 6 หน่วยงานที่มีห้องปฏิบัติการที่ใช้สารเคมี ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 ขอนแก่น ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษภาคที่ 10 ขอนแก่น พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด โดยผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจในการจัดการความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการมากขึ้น โดยเฉพาะการสำรวจสภาพความปลอดภัยห้องปฏิบัติการโดยใช้ ESPReL Checklist ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารจัดการความปลอดภัยแต่ละห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังได้คะแนนความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีระดับคะแนนความถึงพอใจอยู่ในช่วง 4.50 – 5.00 สำหรับห้องปฏิบัติการ 40 ห้องที่สมัครเข้าร่วมโครงการนั้น แบ่งออกเป็น ห้องปฏิบัติการใหม่เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาความปลอดภัยห้องปฏิบัติการในภูมิภาค ปี 2566 จำนวน 18 ห้อง และห้องปฏิบัติการเดิมที่เข้าร่วมการธำรงรักษาความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ (ปี 2560-2564) จำนวน 22 ห้อง โดยแต่ละห้องมีผลการสำรวจสภาพความปลอดภัยห้องปฏิบัติการผ่านระบบ ESPReL Checklist จำนวน 2 ครั้ง (ก่อน-หลัง) พบว่า ห้องปฏิบัติการใหม่ทั้ง 18 ห้อง มีคะแนนเฉลี่ย ครั้งที่ 1 (ก่อน) 49.2% และครั้งที่ 2 (หลัง) 62.3% ซึ่งมีการยกระดับเพิ่มขึ้น 13.1% สำหรับห้องปฏิบัติการเดิม 22 ห้องนั้น มีคะแนนเฉลี่ยนครั้งที่ 1 (ก่อน) 68.8% และครั้งที่ 2 (หลัง) 76.3% ถือได้ว่าสามารถธำรงรักษาความปลอดภัยได้ โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7.6% ซึ่งพบว่า แต่ละห้องสามารถลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติการโดยลดการใช้สารเคมีอันตราย มีการจัดทำบันทึกสารเคมี ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อสารเคมีประจำปีงบประมาณได้ และการนำกลับมาใช้ใหม่ เกิดการลดของเสียในห้องปฏิบัติการ และลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียได้อีกด้วย และส่วนใหญ่ห้องธำรงค์ฯ จะมีพัฒนาการในด้านการบริหารจัดความปลอดภัยโดยผู้บริหารให้ความสำคัญและเริ่มจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินงานความปลอดภัยของหน่วยงาน เพื่อการพัฒนาการดำเนินงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง จึงควรให้มีการติดตามการธำรงรักษาความปลอดภัยห้องปฏิบัติการทุกปี การสร้างเครือข่ายการจัดการของเสียสารเคมีเพื่อส่งกำจัดร่วมกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติร่วมกันด้วย มหาวิทยาลัยลูกข่ายที่มีความเข้มแข็งในการดำเนินงานที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัดคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งมีการขับเคลื่อนโดยคณะวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมจัดอบรมหลักสูตร “ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ระดับโรงเรียน” กับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และได้ขยายผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยห้องปฏิบัติการไปยังโรงเรียนในเครือข่ายผ่านโครงการ R2R สรุปข้อเสนอแนะจากโครงการฯ มีดังนี้ 1) มหาวิทยาลัยลูกข่ายแต่ละแห่งจะต้องกำหนดเจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบที่จะเป็น admin ระบบ ESPReL Checklist ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย หรือระดับคณะ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการภาพรวมของหน่วยงานได้ 2) มหาวิทยาลัยลูกข่ายเสนอให้มีการติดตามการธำรงรักษาความปลอดภัยห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นเวทีให้แต่ละห้องได้นำเสนอผลการดำเนินงานแก่ผู้บริหารของตนเองด้วย 3) เสนอให้มีช่องทางการจัดสรรทุนให้ Sub-Node ดำเนินงานขยายผลด้านความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ระดับโรงเรียน และงบประมาณในการยกระดับลักษณะทางกายภาพของห้องปฏิบัติการ 4) เสนอให้มีการจัดอบรมผู้ตรวจประเมินเพิ่มมากขึ้น ในแต่ละมหาวิทยาลัยทั้งแม่ข่ายและลูกข่าย เพื่อนำไปสู่การขยายผลที่มีประสิทธิภาพในอนาคต 5) เสนอให้ลักษณะกิจกรรมในอนาคตเน้นการส่งเสริมความตระหนักและการมีส่วนร่วมของ sub-node ที่ต้องการพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา เนื่องจากการพัฒนายกระดับในปัจจุบันไม่ได้เน้นการยกระดับรายห้อง แต่ละเป็นการให้คำแนะนำด้านการบริหารจัดการภาพรวมของแต่ละหน่วยงาน