ผลกระทบของสภาพอวกาศและอนุภาคพลังงานสูงที่มีต่อโลกเนื่องจากการระเบิดบนดวงอาทิตย์ในช่วงสูงสุดของวัฏจักรดวงอาทิตย์ที่ 24
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาการเคลื่อนที่ของอนุภาคพลังงานสูงที่ได้จากการระเบิดบนดวงอาทิตย์มายังโลกและสภาพแวดล้อมในอวกาศขณะเกิดการปะทุ โดยเลือกศึกษาสเปกตรัมของอนุภาคฮีเลียมจากการระเบิดจริงบนดวงอาทิตย์ในวันที่ 9 สิงหาคม 2554 โดยเริ่มประทุเวลา 7.48-8.08 UT ใช้ระยะเวลาในการประทุ 20 นาที โดยข้อมูลที่ได้มาจากอุปกรณ์ SIS บนยานอวกาศ ACE โดยมีความรุนแรงของรังสีเอกซ์ที่ X6.9 และพบคลื่นวิทยุประเภทที่2 ที่เวลา 8.01 UT การระเบิดปลดปล่อยมวลสารจากชั้นโคโรนาตามมาจึงเป็นการประทุแบบค่อยเป็นค่อยไป เราศึกษาสเปกตรัมของอนุภาค โดยการจำลองการเคลื่อนที่ด้วยสมการการขนส่งของ Ruffolo 1998 ด้วยวิธี finite different ที่เขียนด้วยภาษาซีผลการจำลองที่ได้แสดงสเปกตรัมของอนุภาคตามเวลาที่ระดับพลังงานต่างๆ พบว่าอนุภาคที่มีพลังงานสูงจะเคลื่อนที่มาถึงโลกก่อนอนุภาคที่มีพลังงานต่ำกว่า และอนุภาคที่เคลื่อนที่ด้วยระยะทางอิสระเฉลี่ยตามเส้นสนามแม่เหล็กที่มีค่าสูงจะใช้ระยะเวลาในการเคลื่อนที่มาถึงโลกน้อยกว่าค่าระยะทางอิสระเฉลี่ยที่ต่ำกว่า โดยเราหาค่าได้จากหลักการ FWHM สำหรับการประทุวันที่ 9 สิงหาคม 2554 มีระยะทางอิสระเฉลี่ยอยู่ที่0.151 0.121 - 0.701 0.685 AU และมีระยะเวลาในการประทุ 270-815 นาที เมื่อศึกษาสภาพแวดล้อมขณะเกิดการปะทุได้แก่ สนามแม่เหล็กระหว่างดาวเคราะห์ ค่าการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก พบว่าไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงบนโลก คำสำคัญ ความเร็วลมสุริยะ, สภาพอวกาศ, การประทุบนดวงอาทิตย์, สนามแม่เหล็กระหว่างดาวเคราะห์, คลื่นกระแทก