การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนหัตถกรรมจากเตยปาหนันของชุมชนลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา ด้วยนวัตกรรม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนหัตถกรรมจากเตยปาหนันของชุมชนลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา โดยเริ่มจาก 1) การพัฒนาเครื่องรีดตัดเตยปาหนันสำหรับใช้ในการเพิ่มศักยภาพในการผลิตใบเตยปาหนันสำหรับใช้ในการจักสาน ซึ่งผลการทดลองพบว่านวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถลดระยะเวลาในการเตรียมใบเตยปาหนันขนาด 10 มิลลิเมตรจำนวน 1 กิโลกรัมจาก 6.09 นาที เหลือเพียง 3.45 นาที หรือลดเวลาลงได้ร้อยละ 43 โดยเริ่มจาก 1) การพัฒนาเครื่องรีดตัดเตยปาหนันสำหรับใช้ในการเพิ่มศักยภาพในการผลิตใบเตยปาหนันสำหรับใช้ในการจักสาน ซึ่งผลการทดลองพบว่านวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถลดระยะเวลาในการเตรียมใบเตยปาหนันขนาด 10 มิลลิเมตรจำนวน 1 กิโลกรัมจาก 6.09 นาที เหลือเพียง 3.45 นาทีหรือลดเวลาลงได้ร้อยละ 43 2) การพัฒนาการย้อมสีใบเตยปาหนันด้วยสารธรรมชาติ พบว่าสามารถนำพืชในท้องถิ่นมาผลิตเป็นสีย้อมใบเตยปาหนันได้ทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชันให้สีเหลือง ใบสักให้สีแดง ใบมะม่วงให้สีเหลือง ใบมังคุดให้สีน้ำตาล และใบคนทีสอทะเลให้สีดำ 3) การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเตยปาหนัน สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มกระเป๋า 10 รูปแบบ กลุ่มผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร 4 ผลิตภัณฑ์ (แผ่นรองจาน แผ่นรองแก้ว มุกกันร้อน และกล่องทิชชู) และกลุ่มของใช้ทั่วไป 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เสื่อพับ และพวงหรีดใบเตยปาหนัน 4) การพัฒนาแนวทางการนำวัสดุเหลือทิ้งจากเตยปาหนันไปใช้ประโยชน์ โยสามารถผลิตกระถางปลูกพืชจากเศษเตยปาหนันสองรูปแบบ คือกระถางชีวภาพจากเศษใบเตยปาหนันผสมกับเศษไม้ไผ่และเส้นใยกาบมะพร้าว และกระถางซีเมนต์ผสมเศษใบเตยปาหนัน 5) การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนหัตถกรรมเตยปาหนัน สามารถพัฒนาสร้างโปรแกรมการท่องเที่ยวได้ 1 เส้นทาง ราคาขายต่อคน 600 บาท โดยมีต้นทุนต่อจำนวนนักเที่ยว 40 คน ประมาณ 395 บาทต่อคน 6) การพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมศักยภาพในการจำหน่ายสินค้าของชุมชน ซึ่งสามารถพัฒนาได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ เวบไซต์ เพจเฟซบุ๊ค และไลน์ไอดี และเมื่อทำการประเมินการลงทุนการพัฒนาเครื่องรีดและตัดเตยปาหนันพบว่ามีผลตอบแทนจากการลงทุนเท่ากับ 2.15 การพัฒนาการย้อมสีเตยปาหนันด้วยสารธรรมชาติ ซึ่งนำใบเตยปาหนันได้จากเครื่องรีดและตัดมาย้อมสีนั้น พบว่ามีผลตอบจากการลงทุนเท่ากับ 9.62 และสามารถจำหน่ายกระถางซีเมนต์ผสมเศษใบเตยปาหนันได้ใบละ 35 บาท และสามารถเพิ่มมูลค่าได้จากจำหน่ายโดยการปลูกพืชลงในกระถางโดยจำหน่ายในราคา 100 บาท ทั้งนี้ผลผลิตทั้งทางด้านเส้นทางการท่องเที่ยวนั้นทางภาคีเครือข่ายได้แก่สมาคมการท่องเที่ยวชุมชน จังหวัดสงขลา ได้นำไปใช้ในการจัดทำเป็นแผนการท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดสงขลาอีกเส้นทางหนึ่ง และทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทอมจะได้นำผลผลิตจากโครงการวิจัยไปต่อยอดขยายผลเพิ่มขึ้นในชุมชนต่อไป