กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้ได้ศึกษาผลกระทบของการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์ต่อการผลิตมีเทนจากระบบยูเอเอสบีที่ใช้บำบัดน้ำชะ ขยะ โดยการทดลองศึกษาเปรียบเทียบระบบยูเอเอสบี 2 ระบบ ได้แก่ ยูเอเอสบี 1 คือระบบที่ใช้จุลินทรีย์ตั้ง ต้นแบบคุ้นชินแต่ไม่ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์ และระบบยูเอเอสบี 2 คือระบบที่ใช้จุลินทรีย์ตั้งต้นแบบคุ้นชินชินที่เติม จุลินทรีย์สังเคราะห์ ทั้งสองระบบนี้จะเดินระบบด้วยภาระค่าบรรทุกสารอินทรีย์ทั้งหมด 4 สภาวะการทดลอง (การ เดินระบบสภาวะละ 30 วัน) ได้แก่ 120.6, 84.4, 48.2, และ 12.0 gCOD/L*d จากผลการทตลองพบว่าระบบยูเอ เอสบี 1 สามารถผลิตมีเทนได้สูงที่สภาวะ 48.2 gCOD/L*d โดยให้ค่าการผลิตมีเทนเท่ากับ 4019 ml/d ขณะที่ ระบบยูเอเอสบี 2 ผลิตมีเทนได้สูงที่สภาวะ 12.0 gCOD/L*d โดยให้ค่าการผลิตมีเทนเท่ากับ 6299 mlL/d สำหรับ จุลินทรีย์สังเคราะห์ที่เดิมเข้าไปในระบบยูเอเอสบี 2 นั้น เมื่อตรวจสอบผ่านเทคนิค PCR-DGGE พบว่าเป็นกลุ่ม จุลินทรีย์ที่สามารถใช้สารอินทรีย์และเร่งให้เกิดกระบวนการผลิตมีเทนได้เร็วขึ้น กลุ่มจุลินทรีย์ดังกล่าวได้แก่ Methanothrix, Methanosaeta, Methanoculleus, Syntrophobacter, Smithella, Pelotomomulum จากงานวิจัยพบว่าการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์สามารถปรับปรุงระบบบบำบัดแบบไร้อากาศผลิตมีเทนจากน้ำชะขยะได้