กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความแม่นยาและเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผลการประเมินค่ากาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็มโดยวิธีสถิตยศาสตร์และผลการประเมินค่ากาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็มจริงในสนามโดยวิธีการทดสอบ Static pile load test โดยเลือกใช้วิธี Meyerhof, Vesic, และ Janbu สาหรับการคานวณหาค่ากาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดที่ปลายเสาเข็ม และใช้วิธี ?, ?, และ ? ในดินเหนียว และวิธี Meyerhof ในดินทราย สาหรับการคานวณหาค่ากาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดที่ผิวของเสาเข็ม สาหรับค่ากาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็มจริงในสนามจะถูกวิเคราะห์โดยวิธีของ Mazurkiewicz และ Chin จากผลการวิจัยพบว่า ค่ากาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดที่วิเคราะห์โดยวิธี Chin มีค่ามากกว่าวิเคราะห์โดยวิธี Mazurkiewicz (1972) ประมาณ 1.39 เท่า และ 1.60 เท่า สาหรับกรณีเสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะตามลาดับ ค่าน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็มโดยวิธีสถิตยศาสตร์ที่คานวณแรงเสียดทานที่ผิวเสาเข็มโดยวิธีต่างๆ เมื่อนามารวมกับผลการคานวณหาแรงต้านทานที่ปลายเสาเข็มโดยวิธี Vesic มีค่าใกล้เคียงกับค่าน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็มจริงในสนามโดยวิธี Mazurkiewicz มากที่สุด ส่วนวิธีของ Meyerhof ให้การประมาณค่าต่ากว่าประมาณ 0.8 เท่า สาหรับเสาเข็มตอก และ 0.68 เท่า สาหรับเสาเข็มเจาะ แต่การคานวณหาค่าแรงต้านทานที่ปลายเสาเข็มโดยวิธีของ Janbu ให้การประมาณค่าสูงกว่าน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็มจริงประมาณ 1.12 เท่า สาหรับเสาเข็มตอก และ 1.25 เท่า สาหรับเสาเข็มเจาะ คาสาคัญ: เสาเข็ม, กาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็ม, วิธีสถิตยศาสตร์, การทดสอบหาค่ากาลังรับน้าหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็มจริงในสนาม