การกำหนดพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก จังหวัดจันทบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณอำเภอเมืองจันทบุรีมีลักษณะ ภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะและได้รับอิทธิพลของลมมรสุม จึงทำให้ ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่บ่อยครั้ง เช่น อุทกภัยในปีพ.ศ.2542 และ 2549 เป็นต้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ประสบอุทกภัย ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอีกทั้งยังส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจและ สังคมเป็นมูลค่ามากกว่า 2,000 ล้าน เนื่องจากมีประชากรอาศัย อยู่หนาแน่น และเป็นเขตพื้นที่ชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ การเกษตร ผลการศึกษาพบว่า จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย สูงเป็นพื้นที่เป็นพื้นที่ 1,013 ตารางกิโลเมตร หรือ 633,125 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.91 ของพื้นที่ ทั้งหมด แต่พื้นที่ในส่วนนี้จะเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมซ้ำซากทุกปี พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยปานกลาง เป็นพื้นที่ 87 ตารางกิโลเมตร หรือ 54,375 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.62 ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยต่ำ เป็นพื้นที่ 194 ตารางกิโลเมตร หรือ 121,250 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.62 ของพื้นที่ทั้งหมด และ พื้นที่ไม่เสี่ยงอุทกภัย เป็นพื้นที่ 4,064 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,540,000 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 75.85 ของพื้นที่ทั้งหมด สำหรับแนวทางในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัยนั้น ควรพิจารณาใน หลาย ๆ ด้าน เพื่อลดขนาดความรุนแรงของอุทกภัย เช่น การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง/พนังกั้นน้ำ การ ปรับปรุงสภาพลำน้ำ การก่อสร้างพื้นที่กักเก็บน้น้ำหรือแก้มลิง และการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ การวางผัง เมือง การควบคุมสิ่งปลูกสร้าง และมาตรการการพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วม เพื่อประสิทธิภาพใน การป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่ดียิ่งขึ้นจากการศึกษาพบว่าการปรับตัวของประชนในพื้นที่ที่เสี่ยง อุทกภัยเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการวางแผนการบริหารจัดการ ป้องกันและบรรเทาสาธารอุทกภัยซึ่งข้อมูลการปรับตัวของประชน และความพร้อมในการรับมือการบรรเทาอุทกภัยของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่เสี่ยงอุทกภัยสามารถนำไปใช้ในการวางแผนทางด้านการเตือนภัย ความช่วยเหลือ อุปกรณ์บรรเทาอุทกภัย และงบประมาณในการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยอย่างยั่งยืน