ผลกระทบของภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD และลักษณะการกลายพันธุ์ของยีน G6PD ต่อการวินิจฉัยโรคเบาหวานโดยฮีโมโกลบิน A1c ในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทนำ ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD เกิดจากความผิดปกติของเอนไซม์ G6PD ซึ่งก่อให้เกิดภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงแตก ดังนั้นการลดลงของอายุขัยของเม็ดเลือดแดงอาจส่งผลกระทบต่อระดับฮีโมโกลบินเอวันซี และการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในปัจจุบันการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับฮีโมโกลบินเอวันซีและภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ยังไม่แน่ชัด วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับฮีโมโกลบินเอวันซีและภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD รวมทั้งการกลายพันธุ์ของยีน G6PD ต่อการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 วิธีการทดลอง ตัวอย่างเลือดจำนวน 1,007 ตัวอย่างถูกนำมาตรวจค่ากัมมันตภาพเอนไซม์ G6PD และค่าฟรุตโตซามีน (FUN) โดยเครื่อง automated UV-based enzymatic assay (Mindray, PRC) จากนั้นเก็บข้อมูลของระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารจากข้อมูลการตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจวัดระดับฮีโมโกลบินเอวันซีโดย วิธี enzymatic assay และวิธี HPLC และตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีน G6PD ในผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ด้วยวิธี TaqMan SNP genotyping assay, PCR-RFLP และ sequencing ผลการทดลอง ระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD มีค่าต่ำกว่าผู้เข้าโครงการที่มีค่ากัมมันตภาพเอนไซม์ G6PD ปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ยิ่งไปกว่านั้นในแต่ละการกลายพันธุ์ของยีน G6PD โดยเฉพาะ G6PD ViangchanG871A (4.87?0.29% and 5.02?0.35% , n=83) และ G6PD MahidolG487A (4.89?0.56% and 5.13?0.56% , n=23) มีระดับฮีโมโกลบินเอวันซีทั้งจากวิธี enzymatic assay และวิธี HPLC น้อยกว่าคนปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (5.32?0.65% and 5.74?4.51%, n=873; p<0.001) ค่าทางโลหิตวิทยาของผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD (1.96?0.53%) และผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD บางส่วน (1.47?0.40%) มีปริมาณเม็ดเลือดแดงตัวอ่อนมากกว่าผู้เข้าโครงการที่มีค่ากัมมันตภาพเอนไซม์ G6PD ปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (1.38?0.43%; p < 0.001) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างค่าเฉลี่ยของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีทั้ง 2 วิธีและค่ากัมมันตภาพเอนไซม์ G6PD (r = 0.096; p = 0.002) สรุปผล การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกที่พบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างค่าเฉลี่ยของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีทั้ง 2 วิธีและค่ากัมมันตภาพเอนไซม์ G6PD และการกลายพันธุ์ของยีน G6PD โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลายพันธุ์ของยีน G6PD ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น G6PD ViangchanG871Aและ G6PD MahidolG487A ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงลบกับระดับฮีโมโกลบินเอวันซีทั้ง 2 วิธี ดังนั้นการคัดกรองภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการวินิจฉัยและรักษาโรคเบาหวาน