การจัดการองค์ความรู้ชุดทดสอบฟอสเฟต ไนเตรท และไนไตรท์ในน้ำสำหรับเฝ้าระวังปริมาณธาตุฟอสฟอรัสและไนโตรเจนในน้ำผิวดินและน้ำทะเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เน้นหนักทางด้านการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรและแรงงานต่างถิ่นจำนวนมาก ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่มากขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมามากมาย โดยเฉพาะปัญหาคุณภาพน้ำผิวดินซึ่งอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมและเสื่อมโทรมมาก น้ำทะเลที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำผิวดินเหล่านี้ยังประสบปัญหาคุณภาพน้ำทะเลและเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีและสาหร่ายขนาดใหญ่สะพรั่ง (Algae bloom) หรือปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication) บ่อยครั้งนับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา ปัญหาเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับปริมาณธาตุอาหารจำพวกไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่มีมากในน้ำทิ้งจากสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวและชุมชนที่มีอยู่กันอย่างหนาแน่น ซึ่งระบบบำบัดน้ำเสียของท้องถิ่นไม่สามารถกำจัดสารเหล่านี้ได้ ดังนั้นการเฝ้าระวังปริมาณธาตุอาหารกลุ่มไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ได้แก่ สารประกอบฟอสเฟต ไนเตรท และไนไตรท์ในน้ำของแหล่งน้ำผิวดินของจังหวัดภูเก็ตรวมไปถึงน้ำทะเลบริเวณที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำผิวดินจึงมีความสำคัญต่อการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างยิ่ง เนื่องจากคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ประสบความสำเร็จในการพัฒนาชุดทดสอบฟอสเฟต ไนเตรท และไนไตรท์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมต้นฉบับผลงานวิจัยเพื่อเสนอตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ จึงมองเห็นแนวทางที่จะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวในพื้นที่ ดังนั้นกิจกรรมนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการองค์ความรู้ “ชุดทดสอบฟอสเฟต ไนเตรท และไนไตรท์” ให้มีลักษณะที่เป็นต้นแบบภาคสนามเพื่อการทดสอบธาตุอาหาร (ฟอสฟอรัสและไนโตรเจน) ในน้ำอย่างรวดเร็ว และทราบผลทันที ณ สถานที่ตรวจ มีความถูกต้องแม่นยำเทียบเท่าวิธีมาตรฐาน และถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นักเรียน นักศึกษาและคณะครู และเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเจ้าของพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้และยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้และขยายผลเพื่อให้ช่วยกันเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าวได้ ภายหลังการถ่ายทอดองค์ความรู้ จะรับสมัครกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการที่จะประยุกต์ใช้ต้นแบบดังกล่าวในการวิเคราะห์หาปริมาณสารฟอสเฟต ไนเตรท และไนไตรท์ในน้ำผิวดินและน้ำทะเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีรายงานการเกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่นเป็นประจำและนำผลการวิเคราะห์ดังกล่าว มาสรุปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวและนำส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการจัดการปัญหาต่อไปในอนาคต