การทำแฮนด์ออฟแนวตั้งจากทิศทางการเคลื่อนที่ในเครือข่ายโทรศัพท์ เคลื่อนที่ยุคที่สี่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการสื่อสารไร้สายยุคที่ 4 (4G-Fourth Generation) ให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับการเข้าถึงเครือข่ายสื่อสารไร้สายแบบทั่วถึงหรือไร้ขอบเขต (Seamless) โดยอุปกรณ์สื่อสารหรือสถานีโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MS-Mobile Station) ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเมื่อข้ามไปใช้เครือข่ายสื่อสารอื่น ๆ ในขณะที่มีการเคลื่อนที่ เช่น การที่อุปกรณ์สื่อสารใช้ทรัพยากรจากเครือข่ายเซลลูลาร์แล้วเคลื่อนที่ข้ามไปใช้ทรัพยากรของเครือข่ายท้องถิ่นไร้สาย (WLAN-Wireless Local Area Network) ซึ่งตั้งอยู่ภายในเซลล์ของเครือข่ายเซลลูลาร์ อุปกรณ์สื่อสารจะปรับระบบวิทยุจากระบบเซลลูลาร์ไปเป็นระบบท้องถื่นไร้สายโดยที่ยังคงติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ลักษณะการเคลื่อนที่แบบไร้รอยต่อ (Seamless Mobility) นี้เองนำไปสู่การพัฒนาวิธีการทำการทำแฮนด์ออฟแนวตั้ง (Vertical Handover) งานวิจัยที่ได้สำรวจมาพบว่าส่วนใหญ่เสนอวิธีการปรับปรุงคุณภาพการทำแฮนด์ออฟแนวตั้งโดยเน้นไปที่การลดการหน่วงของเวลา (Delay) และลดการสูญหายของข้อมูล (Data loss) สามารถช่วยให้การรับและส่งข้อมูลผิดพลาดน้อยลง และมีงานวิจัยที่ใช้วิธีการควบคุมสายเรียกเข้าเพื่อจำกัดการเกิดการทำแฮนด์ออฟแนวตั้งสามารถลดการเกิดการทำแฮนด์ออฟแนวตั้งที่ไม่จำเป็นได้ แต่มีข้อเสียคืออุปกรณ์สื่อสารอาจถูกปฏิเสธเมื่อมีการเรียกเข้าใช้บริการได้ (call blocking) เนื่องจากถูกควบคุมสายเรียกเข้า การทำแฮนด์ออฟแนวตั้งแต่ละครั้งส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการ ( QoS – Quality of Service) เกิดการหน่วงเวลาระหว่างคู่สายและเกิดการสูญหายของข้อมูลซึ่งทำให้การรับและส่งข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีลดการเกิดการทำแฮนด์ออฟแนวตั้งที่ไม่จำเป็นโดยอาศัยข้อมูลจากทิศทางการเคลื่อนที่ประกอบในการตัดสินใจทำการทำแฮนด์ออฟแนวตั้ง ผลที่ได้พบว่าแนวคิดที่เสนอขึ้นมานี้สามารถช่วยลดการทำแฮนด์ออฟแนวตั้งที่ไม่จำเป็นได้ ทำให้ประสิทธิภาพระบบโดยรวมเพิ่มขึ้นด้วย