รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560
การจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอผ้าไหมบ้านนาเสียวต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
พนารัตน์ เดชกุลทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2560
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
คำสำคัญ
การจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมายถึงสารสนเทศเช่นภาพถ่ายความคิดการออกแบบลวดลายการเลี้ยงไหมการกระทำการสาวไหมการมัดหมี่สิ่งพิมพ์กระบวนการต่างๆกระบวนการทอผ้าพื้นบ้านกระบวนการทอผ้าพื้นบ้านแบบดั้งเดิมการถ่ายทอดความรู้กระบวนการทอผ้าพื้นบ้านการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาการย้อมสีเส้นไหมการสาธิตหรือทำให้ดูการให้ดูจากตัวอย่างของจริงการให้ฝึกปฏิบัติการออกแบบลวดลายและรูปแบบของผ้าทอความชำนาญความรู้ต่างๆชุมชนบ้านนาเสียวซึ่งมีกระบวนการผลิตผ้าไหมพื้นบ้านแบบดั้งเดิมครบวงจรอย่างสมบูรณ์และมีการผลิตอย่างต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบันชุมชนไหมเข้มแข็งซีดี-รอมซึ่งก่อให้เกิดการแบ่งปันและถ่ายโอนความรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าให้แพร่กระจายและไหลเวียนทั่วทั้งชุมชนอย่างสมดุลซึ่งเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่งเป็นไปเพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลผลิตในกระบวนการทอผ้าซึ่งเป็นรูปแบบและลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ที่ประชาชนและกลุ่มอาชีพทอผ้าไหมบ้านนาเสียวได้ร่วมกันออกแบบซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามของสภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นหรือเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมในการทอผ้าโดยการส่งต่อความรู้โดยใช้เทคโนโลยีพื้นบ้านในการเตรียมวัตถุดิบและการทอผ้าโดยเป็นอุตสาหกรรมทอผ้าในครอบครัวโดยมีการแกะลายผ้าโดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนเข้าใจและจดจำโดยวิธีการบอกเล่าตลอดจนประสบการณ์ของช่างทอผ้าแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่อยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมดั้งเดิมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาการทอผ้าที่สื่อความหมายถึงความเป็นตัวตนที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะแนวทางและกระบวนการทอผ้าของคนในชุมชนที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษแบบจงใจหรือไม่จงใจเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษผ้าไหมมัดหมี่ลายช่อดอกขจรและลายเกลียวไหมฝึกฝนพัฒนาและถ่ายทอดสืบต่อกันมาเพื่อกำหนดให้เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงผ้าไหมบ้านนาเสียวและชุมชนไหมเข้มแข็งเพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทอผ้าเพื่อสร้างเป็นความรู้หรือนวัตกรรมเริ่มตั้งแต่การปลูกหม่อนลายผ้าอัตลักษณ์ชุมชนเลียนแบบเลือกสรรและการทอเป็นผืนผ้าด้วยกี่ทอมือและค่านิยมและจัดเก็บในลักษณะของแหล่งข้อมูลที่บุคคลสามารถเข้าถึงได้และทอเป็นผืนผ้าด้วยกี่ทอผ้าแบบพื้นบ้านและนำไปปฏิบัติเพื่อสืบทอดต่อไปได้และมีการปรับให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและทางสังคมและเวปไซต์และเหมาะสมกับยุคสมัยวิถีการทอผ้าพื้นบ้านอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการประมวลข้อมูล