การพัฒนาการเรียนรู้และอาชีพของผู้สูงอายุ: การทดสอบรูปแบบการเรียนรู้ของผู้สูงอายุเพื่อส่งเสริมภาวะพฤฒพลัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดใหญ่ มีประชากรจานวนมาก จากแผนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดชลบุรี ระบุสัดส่วนผู้สูงอายุในพื้นที่ ร้อยละ 10.4 อย่างไรก็ตามพบว่ามีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ยังคงทางานต่ากว่าร้อยละ 30 และมีภาระพึ่งพิงในอัตรา 2.1 : 1 ดังนั้นจึงควรมีการพัฒนาขีดความสามารถในการพึ่งพิงตนเองของผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผลดี ทาให้ช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจในกลุ่มประชากรผู้สูงอายุได้มากขึ้นพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี เป็นชุมชนเมือง มีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 4,000 คน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ประชากรส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพค้าขาย ดังนั้นเศรษฐกิจของพื้นที่ส่วนใหญ่จึงขึ้นกับการค้าขาย ผู้สูงอายุที่ยังคงทางานส่วนมากประกอบอาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว รองลงมาคือรับจ้างทั่วไปและประมง ตามลาดับ เนื่องจากส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีปัญหาด้านการได้รับการพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ และมีความต้องการฝึกนิสัยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและต้องการได้รับการสนับสนุนการเรียนรู้จากหน่วยงานต่างๆในแง่ของการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พื้นที่เขตเทศบาลเมืองแสนสุขได้มีแผนยุทธศาสตร์ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต ในการพัฒนาคนในทองถิ่นใหมีคุณภาพ และสงเสริมผู้สูงอายุให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ต้องการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสูสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมผู้สูงอายุในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนงานวิจัยนี้ได้ทดสอบรูปแบบการเรียนรู้ของผู้สูงอายุเพื่อส่งเสริมภาวะพฤติพลังที่ได้พัฒนาขึ้น โดยคัดสรรชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ในการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้ของผู้สูงอายุที่พัฒนาขึ้นยึดความต้องการทางด้านการศึกษาของกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ที่ศึกษาเป็นหลัก ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก คือ 1) การกาหนดเนื้อหา 2) กิจกรรมการเรียนรู้3) การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ 4) การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ 5) สื่อเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ 6) การวัดและประเมินผลภาวะพฤฒพลังผลการทดสอบรูปแบบโดยการนาไปทดลองใช้พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยของภาวะพฤฒพลังหลังการเรียนรู้เป็นระยะเวลา 1 และ 4 สัปดาห์ สูงกว่าก่อนการเรียนรู้อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.001) และผลการประเมินรับรองรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ พบระดับความเหมาะสมของรูปแบบอยู่ในระดับมาก (X= 4.38, S.D. = 0.76) และผู้ประเมินได้รับรองความเหมาะสมของการนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมภาวะพฤฒพลังไปใช้อยู่ในระดับมาก ( X = 4.00 S.D. = 0.0) โดยมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงรูปแบบโดยกาหนดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของการเรียนรู้ไว้ด้วยเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาภาวะพฤฒพลัง ส่วนการนารูปแบบไปใช้มีข้อเสนอแนะดังนี้คือ 1) ควรคัดสรรชุมชนที่มีผู้นาชุมชนที่มีศักยภาพสูง 2) ควรคัดสรรชุมชนที่มีแกนนาผู้สูงอายุ 3) ควรมีบุคลากรที่ดาเนินงานเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดกิจกรรม เช่น นักวิชาการสาธารณสุข นักสังคมสงเคราะห์ 4) ควรมีการจัดสรรงบประมาณเป็นค่าดาเนินการจัดกิจกรรม