โมเดลเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ-สิ่งแวดล้อม-อาหาร สนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการโมเดลเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ-สิ่งแวดล้อม-อาหาร สนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้าน-สิ่งแวดล้อม-อาหาร ควบคู่กับเพิ่มมูลค่าของผลผลิต โดยประยุกต์ใช้แนวคิด Water-Environment-Food Nexus และพัฒนาต้นแบบการจัดการน้ำในแปลงเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (smart technology) ดำเนินการนำร่องในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้ ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ smart meter เพื่อตรวจวัด บันทึกข้อมูลการใช้น้ำ การกระจายน้ำในระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประสิทธิภาพการกระจายน้ำในอนาคต ในส่วนของการพัฒนาแปลงเกษตรต้นแบบอัจฉริยะด้านการจัดการน้ำโดยใช้ IoT/Smart meter ก็เป็นการสร้าง combination ระหว่างทรัพยากรน้ำและอาหาร โดยใช้ Smart meter เป็น Tool ช่วยให้ทราบว่าจะปลูกพืชผักสร้างอาหารให้ดีนั้นต้องการน้ำจำนวนเท่าใด เพื่อให้เกิดการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ก็คำนึงถึงความเชื่อมโยงในมิติของพลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้วยพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในระบบมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากจะประยุกต์ใช้แนวคิด Water-Environment-Food Nexus ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ-สิ่งแวดล้อม-อาหารแล้ว ยังนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยค่าการโปรโมทค่า Water Footprint และ Carbon Footprint ที่แสดงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และจากการวิจัยพบว่า การผลิตผักอินทรีย์ของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยเขย่ง มีค่า water footprint อยู่ในช่วง 14.4 – 123.4 ลิตรต่อกิโลกรัม ซึ่งหากนำค่าดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับเอกสารของต่างประเทศที่รายงาน water footprint ของการผลิตผักทั้งในภาพรวมและรายชนิดพืช ก็ชัดเจนว่า ค่า water footprint ของผักอินทรีย์ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยเขย่ง ส่วนใหญ่มีค่าต่ำกว่าที่รายงานในเอกสารอ้างอิง อาจเป็นเพราะกระบวนการปลูกที่มีการควบคุมตามขั้นตอนของการผลิตผักอินทรีย์และมีการวางแผนให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมทั้งการประเมินนี้ไม่รวมการจัดจำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่เป็นหน้าที่ของบริษัทผู้รับ อย่างไรก็ตาม หากสามารถนำข้อมูลการตรวจวัดจริงด้วย smart meter มาใช้ประเมินก็จะช่วยปรับปรุงให้ข้อมูลดียิ่งขึ้น สำหรับ carbon footprint ของการปลูกผักอินทรีย์ที่ประเมินได้มีค่าอยู่ในช่วง 0.30 – 1.21 กก. CO2-eq/กก. ของผลผลิตผักอินทรีย์ โดยเป็นค่าประมาณการที่รวมการขนส่งผักของบริษัทผู้รับซื้อผักแล้ว